วันที่ 2 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อู่ซ่อมรถ ภายในซอยรัชดาภิเษก 36 แยก 11 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบและเร่งระงับเหตุ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า เป็นอาคารอู่ซ่อมรถโครงสร้างเหล็ก มุงหลังคาด้วยเมทัลชีท โดยเพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงเต็มพื้นที่ภายในอู่ ก่อนลุกลามไปยังห้องพักบริเวณชั้น 2 ของคอนโดมิเนียมที่อยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่จึงใช้น้ำฉีดควบคุมเพลิง พร้อมสกัดไม่ให้ไฟขยายวงกว้าง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมสถานการณ์และดับไฟได้สำเร็จ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าอู่ซ่อมรถและอะไหล่รถยนต์จำนวนมากถูกเพลิงเผาเสียหายเกือบทั้งหมด รวมถึงมีไฟลุกลามสร้างความเสียหายให้กับห้องพักชั้น 2 ของคอนโดมิเนียมจำนวน 1 ห้อง ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ด้านนายสถิระ (ขอสงวนนามสกุล) หลานเจ้าของอู่ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองและพนักงานอีก 2 คน กำลังนอนพักอยู่ภายในร้าน เนื่องจากเป็นวันหยุดของอู่ซ่อมรถ ก่อนจะได้กลิ่นเหม็นไหม้ลอยเข้ามา จึงรีบออกไปตรวจสอบ
เมื่อออกไปดูพบว่า เพลิงกำลังลุกไหม้อยู่บริเวณกองอะไหล่รถยนต์ที่ทำจากพลาสติก ตนและพนักงานพยายามช่วยกันดับไฟ แต่เปลวเพลิงกลับลุกลามอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถควบคุมได้ จึงต้องรีบออกจากพื้นที่และแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าช่วยเหลือ

เบื้องต้นคาดว่า สาเหตุอาจเกิดจากผู้เข้าพักโรงแรมที่อยู่ติดกับอู่ ทิ้งก้นบุหรี่ลงมา ก่อนตกใส่กองอะไหล่พลาสติกซึ่งเป็นวัสดุติดไฟง่าย จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว โดยก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุลักษณะคล้ายกันมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ครั้งนั้นสามารถช่วยกันดับไฟได้ทัน และเคยแจ้งให้ทางโรงแรมช่วยกำชับผู้เข้าพักเรื่องความปลอดภัยแล้ว
สำหรับความเสียหาย เบื้องต้นยังไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ เนื่องจากภายในอู่มีทั้งเงินสด เอกสารสำคัญ ทรัพย์สินต่าง ๆ รวมถึงรถยนต์มือสองจำนวนมาก แต่ไม่มีรถของลูกค้าได้รับความเสียหาย เนื่องจากทางอู่ดำเนินธุรกิจซื้อรถมือสองมาแยกชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อจำหน่าย
ทั้งนี้ นายสถิระ ยังฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากตนเปิดอู่แห่งนี้มานาน และไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงลักษณะนี้มาก่อน โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก จึงอยากให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด

ขณะเดียวกัน ระหว่างเกิดเหตุยังมีเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ทำให้ผู้พักอาศัยภายในคอนโดมิเนียมฝั่งตรงข้ามรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน และเกิดความหวาดกลัว
โดยผู้พักอาศัยรายหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 8 ของคอนโดมิเนียม เล่าว่า ขณะกำลังพักผ่อนอยู่ภายในห้อง พี่สาวที่ออกไปด้านนอกได้ยินเสียงระเบิด จึงรีบกลับมาแจ้งให้ตนเก็บของและอพยพออกจากอาคารทันที เนื่องจากเกรงว่าเพลิงจะลุกลามเข้ามาถึงตัวอาคาร
หลังออกมาด้านนอก พบว่ามีกลุ่มควันสีดำจำนวนมากพวยพุ่งปกคลุมทั่วบริเวณ ขณะเดียวกันยังได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง คล้ายเสียงถังแก๊สระเบิด จึงตัดสินใจออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย