สุดเศร้า! นักวิ่งระยะ 25 กม. หมดสติกลางเทรลมูเซอ เพื่อนร่วมเส้นทางช่วยปั๊มหััวใจ แต่สุดยื้อชีวิต กู้ชีพใช้เวลา 2 ชม. กว่าจะเดินเท้าเข้าถึง
สุดเศร้า! นักวิ่งระยะ 25 กม. หมดสติกลางเทรลมูเซอ เพื่อนร่วมเส้นทางช่วยปั๊มหััวใจ แต่สุดยื้อชีวิต กู้ชีพใช้เวลา 2 ชม. กว่าจะเดินเท้าเข้าถึง
ข่าวสังคม - โซเชียล

สุดเศร้า! นักวิ่งระยะ 25 กม. หมดสติกลางเทรลมูเซอ เพื่อนร่วมเส้นทางช่วยปั๊มหััวใจ แต่สุดยื้อชีวิต กู้ชีพใช้เวลา 2 ชม. กว่าจะเดินเท้าเข้าถึง

ฟังข่าวนี้

วันที่ 21 ก.ย. 2569 เกิดเหตุสลดในการแข่งขันวิ่งเทรลที่ "มูเซอ" หลังนักวิ่งระยะ 25 กิโลเมตรรายหนึ่งหมดสติกะทันหันกลางเส้นทาง เพื่อนนักวิ่งในเหตุการณ์เร่งปั๊มหัวใจช่วยชีวิต โดย นักวิ่งระยะ 40 กิโลเมตรรายหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนอื่นผมขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้สูญเสีย และขอชื่นชมนักวิ่งทุกๆ คนในเหตุการณ์ครับ ผมเป็นนักวิ่งระยะ 40 km เป็นกลุ่มที่วิ่งไปทันกลุ่มนักวิ่งระยะ 25 km ระหว่างทางที่ผมกำลังจะไป A2 ประมาณ km ที่ 26 km ของระยะผม

ช่วงนั้นเป็นช่วง Uphill ยาวๆ ผมได้ยินนักวิ่งกลุ่มหน้าช่วยกันตะโกนว่า มีใครเป็นหมอบ้างไหม ก็มีนักวิ่งหญิงด้านหน้าตะโกนว่ามีนักวิ่งที่เป็นหมอ กำลังวิ่งขึ้นไป ตอนนั้นผมคิดว่า คงเป็นอุบัติเหตุหกล้ม ผมก็ Uphill ตามไปจนพ้นช่วงโค้งหักศอก ภาพที่ผมเห็นคือ มีนักวิ่งกำลังช่วยกันปั้มหัวใจนักวิ่งท่านหนึ่งอยู่ ผมคิดในใจว่า อีกแล้วเหรอ ปีนี้เกิดเรื่องนี้เยอะจัง ช่วงจังหวะนั้นมีนักวิ่งอยู่บริเวณนั้นเยอะมาก ผมเดินผ่านมองไปที่หน้าของเพื่อนนักวิ่งที่โชคร้ายท่านนี้ ผมขอไม่อธิบายละกันครับว่าภาพที่ผมเห็นเป็นอย่างไรบ้าง ตอนนั้นก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้เขาปลอดภัย สิ่งที่ผมเห็นคือมีนักวิ่งกลุ่มหนึ่งกำลังช่วยปั้มหัวใจ คนอื่นๆ หยิบนกหวีดออกมาช่วยกันเป่า บางคนก็พยายามเดินหาสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งจุดนั้นเป็นจุดไม่มีสัญญาณครับ เป็นหุบเขาป่าข้าวโพด

ผมก็คิดในใจว่าผมกำลังเคลื่อนที่ด้วย Pace แข่งขัน เดียวเรารีบไปให้ถึง A2 จะได้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ ผมจับเวลา ที่ผมพยายามเคลื่อนที่ด้วย Pace แข่งขันเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไปให้ถึง A2 ให้เร็วที่สุด ซึ่งน้องๆ นักวิ่งแถวนั้นก็บอกพี่แคมป์รีบไปส่งข่าวนะครับ ผมจับเวลาจากจุดที่ผมเจอนักวิ่งที่หมดสติ ไปถึง A2 ผมใช้เวลาเกือบๆ 1 ชั่วโมง เพราะ Uphill ตลอดทาง 1 ชั่วโมงที่ผมมาถึง A2 ก็ได้ยินเสียง รถ Ambulance ขับมาพอดี ก็หมายความว่า ทีมงานได้ทราบข่าวแล้วและกำลังไปช่วยเหลือ แต่รถ Ambulance ก็จอดได้แค่ตรงถนน ต้องเดินเท้าลงไป ก็คงต้องใช้เวลาพอสมควรเหมือนกันครับ

ตัวผมเองก็เดินเข้า A2 เล่าเหตุการณ์ที่เจอให้เจ้าหน้าที่ฟัง และเดินออกจาก A2 เข้าโหมดแข่งขันต่อ และก็ภาวนาให้นักวิ่งท่านนั้นปลอดภัย แต่ในใจก็คำนวนเรื่องเวลาการช่วยเหลือว่า มันคงต่องใช้เวลานานแน่ๆ กว่าจะไปถึงจุดเกิดเหตุคงจะต้อง 2 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย ผมวิ่งมาจนถึงเส้นชัยเล่าให้เพื่อนๆฟัง ซึ่งไม่มีใครทราบข่าวเลย เพราะผมอยากรู้ว่ามีอัพเดทข่าวบ้างไหมว่าเป็นอย่างไรบ้าง ปีนี้มีเหตุการณ์แบบนี้หลายเคสจริงๆครับ ก็ได้แต่หวังว่าจะได้เห็นมาตรการ อะไรๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น มากกว่าคำว่า"นักวิ่งต้องรู้ตัวเอง" ผมเป็นคนที่ออกกำลังกายหนักคนหนึ่ง ซึ่งผมก็รู้ความเสี่ยง ก็มีการเข้าตรวจร่างกายเป็นประจำครับ แต่ค่าใช้จ่ายในการตรวจละเอียดก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงครับ echo หัวใจ ขึ้นลู่สายพานตรวจ เป็นสิ่งที่ควรทำมากครับ สุดท้ายก็ขอให้เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์สุดท้าย และขอแสดงความเสียใจ จากใจเพื่อนนักวิ่งด้วยกันครับ วันนี้ก็คงจะมีแถลงการณ์จากผู้จัดออก รอฟังครับ

ข้อมูล Jutawut Camp

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ