รวบหนุ่มแสบ หลอกปล่อยกู้ทิพย์ ตุ๋นเหยื่อโอนค่าธรรมเนียม ปลอมเอกสารราชการ สูญกว่า 1.2 แสน
รวบหนุ่มแสบ หลอกปล่อยกู้ทิพย์ ตุ๋นเหยื่อโอนค่าธรรมเนียม ปลอมเอกสารราชการ สูญกว่า 1.2 แสน
ข่าวสังคม - โซเชียล

รวบหนุ่มแสบ หลอกปล่อยกู้ทิพย์ ตุ๋นเหยื่อโอนค่าธรรมเนียม ปลอมเอกสารราชการ สูญกว่า 1.2 แสน

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และคณะ ได้นำกำลังเข้าจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1525/2568 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ, ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม และโดยทุจริตหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด” โดยสามารถจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในซอยคลองขุด ถนนท่าแฉลบ ตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี

พฤติการณ์ของผู้ต้องหาเริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เสียหายต้องการกู้ยืมเงินจำนวน 3,000,000 บาท เพื่อนำมาหมุนเวียนในธุรกิจ จึงได้ค้นหาแหล่งเงินกู้ผ่านทาง Facebook และพบกับบัญชีที่โพสต์โฆษณาชักชวนให้กู้ยืมเงิน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและทักไปพูดคุย นายเอ ได้สวมรอยเป็นนายหน้าชื่อ เต อาสาดำเนินการเรื่องกู้ยืมเงินให้

แต่การกู้เงินครั้งนี้กลับกลายเป็นหลุมพราง ผู้ต้องหาได้ออกอุบายเรียกเก็บ ค่าดำเนินการ สารพัดรูปแบบอย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็น ค่าจัดทำเอกสารและค่าดำเนินการกู้ยืม, ค่าทำรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 12 เดือน, ค่าภาษีบริษัท และค่าแก้ไขเอกสารต่าง ๆ จุดสำคัญของการหลอกลวงเกิดขึ้นเมื่อผู้ต้องหาอ้างว่า หนังสือรับรองบริษัทของผู้เสียหายไม่ผ่านเกณฑ์ จึงจัดการ ปลอมหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (DBD) ขึ้นมาเอง โดยสวมรอยใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัทอื่น แล้วแก้ไขใส่ชื่อผู้เสียหายเป็นกรรมการบริษัทแต่เพียงผู้เดียว เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ เมื่อผู้เสียหายเริ่มไม่มีเงินจ่าย นายเอ ยังได้ขอเบอร์โทรศัพท์ผู้เสียหายไป แล้วสวมบทบาทเป็นเลขาชื่อ ใหม่ ทักไลน์มาหลอกซ้ำเพื่อเร่งรัดเอาเงินเพิ่ม ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการอ้างอิงถึง ค่าบัค หรือค่าปิดกั้นการตรวจสอบจากตำรวจ เพื่อรีดไถเงินก้อนสุดท้าย ด้วยความหวังว่าจะได้รับเงินกู้ ผู้เสียหายยอมโอนเงินเข้าบัญชีของนายเอ บัญชีของมารดา และบัญชีพ่อค้าอาหารทะเล (ที่ผู้ต้องหาไปสั่งของไว้) รวมโอนเงินไปทั้งสิ้น 12 ครั้ง สูญเงินกว่า 123,200 บาท แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้รับเงินกู้ตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อทวงถามก็ถูกบ่ายเบี่ยงและหลบหนีไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม ทั้งเส้นทางการเงิน การให้ปากคำจากตัวแทนธนาคาร และการตรวจสอบเอกสารราชการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา ต่อมา ชุดสืบสวนได้รับแจ้งเบาะแสว่า นายเอ ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองจันทบุรี จึงนำกำลังลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ จนสามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายเอ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้สร้างเรื่องหลอกลวงผู้เสียหายจริง โดยใช้บัญชีของตนเองและมารดาเป็นช่องทางรับโอนเงิน เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวและเริ่มทวงถาม จึงได้โอนเงินคืนไปเพียง 10,000 บาท ก่อนจะหลบหนีไปจนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนที่ต้องการกู้ยืมเงินหรือหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียน โปรดระมัดระวังการกู้ยืมเงินผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะกลุ่มที่อ้างว่าปล่อยกู้ได้ง่ายแต่ต้องโอน ค่าดำเนินการ หรือ ค่าเอกสาร ไปให้ก่อน หากมีพฤติกรรมเช่นนี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ