วันที่ 20 ธันวาคม 2569 เพจ SAKAD Scenic Trail โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยต่อการเสียชีวิตของนักวิ่งในงาน SAKAD Scenic Trail 2026 พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า ทีมงานขอร่วมไว้อาลัยและขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนักวิ่ง พร้อมอธิษฐานให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติ และขอให้การเดินทางครั้งสุดท้ายเต็มไปด้วยความสงบ พร้อมลงท้ายข้อความว่า ด้วยความอาลัย ทีมงาน SAKAD Scenic Trail 2026

ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก วิ่งน้อย ร้อยรูป ได้เผยแพร่ข้อความเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ขออนุญาตพูดถึงเหตุการณ์ในงานวิ่งเทรลดอยสะกาด พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ "น้องโก้" นักวิ่งเพื่อนร่วมเส้นทาง และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต
เจ้าของโพสต์เล่าว่า นักวิ่งถูกปล่อยตัวออกจากจุดสตาร์ตเมื่อเวลา 06.00 น. และเมื่อวิ่งได้ประมาณ 2.4 กิโลเมตร ตามข้อมูลจากนาฬิกาของแอดมิน น้องโก้ซึ่งวิ่งอยู่ด้านหน้าพร้อมเพื่อนอีก 2 คน ได้ล้มลงหมดสติ ขณะที่ฝนตกปรอย ๆ ตั้งแต่เริ่มปล่อยตัว โดยกลุ่มของแอดมินซึ่งเป็นนักวิ่งกลุ่มท้ายประมาณ 14 คน วิ่งตามหลังมาและรีบเข้าให้ความช่วยเหลือทันที
หลังพบผู้บาดเจ็บ ทุกคนช่วยกันพลิกตัวให้นอนหงาย หายาดมมาให้สูด พัดเพื่อให้อากาศถ่ายเท ขณะที่พี่ที่เดินทางมาด้วยกันพยายามปลุกให้รู้สึกตัว ส่วนคนอื่น ๆ ช่วยนำยาหม่องน้ำมาทาบริเวณมือ นวดมือและนวดเท้า เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
ระหว่างนั้น ได้ให้นักวิ่งชาย 2 คนที่เดินทางมาด้วยช่วยติดต่อผู้จัดงานและประสานหน่วยฉุกเฉิน ขณะที่นักวิ่งหญิงผลัดกันนวดมือและนวดเท้าผู้บาดเจ็บ

ต่อมา เมื่อสังเกตว่าอาการทรุดลงและชีพจรเริ่มอ่อน พี่ที่มาด้วยกันจึงเริ่มทำการปั๊มหัวใจเป็นครั้งแรก จนผู้บาดเจ็บร้องเฮือกขึ้นมา ทุกคนคิดว่าอาการดีขึ้นจึงหยุดปั๊ม และพยายามปลุกไม่ให้หลับ แต่ไม่นานอาการก็ทรุดอีก จึงเริ่มปั๊มหัวใจซ้ำอีกครั้ง ทำให้ผู้บาดเจ็บเฮือกขึ้นมาอีก 2 ครั้ง
ระหว่างรอความช่วยเหลือ นักวิ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ช่วยกันผลัดเปลี่ยนปั๊มหัวใจและเป่าปากอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้บาดเจ็บยังไม่ฟื้นคืนสติ เวลาผ่านไป ร่างกายเริ่มเปลี่ยนจากซีดเป็นคล้ำ ขณะที่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึง เมื่อสอบถามผู้ที่กำลังประสานงาน ก็ได้รับคำตอบว่าหน่วยช่วยเหลือกำลังเดินทางมา
เจ้าของโพสต์ระบุว่า หลังผ่านไป 38 นาทีของการปั๊มหัวใจรอหน่วยกู้ชีพ ชีพจรของผู้บาดเจ็บไม่สามารถตรวจพบได้แล้ว แม้นักวิ่งที่อยู่ในเหตุการณ์จะยังพยายามช่วยเหลือต่อ กระทั่งนาทีที่ 42 จึงมีเจ้าหน้าที่กู้ภัย 2 นาย เดินทางมาถึงและเข้าปั๊มหัวใจต่อ แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ก่อนนำร่างขึ้นเปลและเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาล
นอกจากนี้ เจ้าของโพสต์ยังตั้งคำถามถึงการดูแลความปลอดภัยของผู้จัดงาน โดยระบุว่า จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากจุดปล่อยตัวเพียง 2.4 กิโลเมตร และเป็นเส้นทางที่รถจักรยานยนต์รวมถึงรถยนต์สามารถเข้าถึงได้ จึงสงสัยว่าทำไมผู้บาดเจ็บต้องรอความช่วยเหลือนานถึง 42 นาที พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในงานไม่มีการ์ด ไม่มีสวีปเปอร์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่เดินทางมาถึงก็ไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือติดตัวมา ทำให้รู้สึกผิดหวังกับการจัดงานที่ปล่อยให้นักวิ่งต้องเผชิญเหตุและช่วยเหลือกันเองในช่วงเวลาวิกฤต.