โศกเศร้า แม่เลี้ยงเดี่ยว 2 ชีวิต สังเวยไฟโรงเบียร์ ลูกร่ำไห้เสียเสาหลัก ไม่คิดจะเกิดกับตัวเอง
โศกเศร้า แม่เลี้ยงเดี่ยว 2 ชีวิต สังเวยไฟโรงเบียร์ ลูกร่ำไห้เสียเสาหลัก ไม่คิดจะเกิดกับตัวเอง
ข่าวสังคม - โซเชียล

โศกเศร้า แม่เลี้ยงเดี่ยว 2 ชีวิต สังเวยไฟโรงเบียร์ ลูกร่ำไห้เสียเสาหลัก ไม่คิดจะเกิดกับตัวเอง

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางญาติ้ดินทางมารับร่าง นางสาวกชพร โสธรรัตรน์ อายุ 40 ปี ที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจศพลำดับที่ 15 และ นางสาวภานิชา สิงขร อายุ 49 ปี ศพ ลำดับที่ 21 ที่เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 69 ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 27 รายและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มอีก 3 รายรวมเป็น 30 ราย ซึ่งทั้ง นางสาวกชพร โสธรรัตรน์ และ นางสาวภานิชา สิงขร นั้นเป็นเพื่อนรักกันทางญาติทั้ง 2 จึงได้นำร่างทั้ง 2 ราย นำมาบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 3 วัดเกิดการอุดม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ต่อมาเวลา 16.30 น.ทางด้าน มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ได้นำร่างของนางสาวกชพร โสธรรัตรน์ อายุ 40 ปี มาถึงวัดเกิดการอุดมคลองสาม เป็นรายแรก และ ต่อมาเวลา 19.00.น.มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ได้นำร่างของทางด้านนางสาวภานิชา สิงขร มาถึงวัดเกิดการอุดมเป็นรายที่ 2 ท่ามกลางบรรยากาศความเศร้าโศกและเสียใจของบรรดาญาติพี่น้องของทั้ง 2 ฝ่ายและเพื่อนร่วมงาน

ด้านนางจารุณี ขำสมัคร อายุ 46 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด ลูกพี่ลูกน้องของนางสาวกชพร โสธรรัตรน์ เปิดเผยว่า ครอบครัวตัดสินใจนำศพผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนมาตั้งบำเพ็ญกุศลร่วมกัน เนื่องจากทั้งคู่เป็นพนักงานบริษัทเดียวกันและมีความสนิทสนมกันมาก อีกทั้งนายจ้างได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดทำให้ไม่ต้องเคลื่อนย้ายศพกลับไปประกอบพิธีที่จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้งสองทำงานร่วมกันใช้ชีวิตประจำวันด้วยกันทั้งรับประทานอาหาร เลิกงาน และเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกัน โดยเรื่องทั้งหมดทางเพื่อนร่วมงานของน้องทั้ง 2 เป็นเล่าให้ฟัง สะท้อนถึงความผูกพันของทั้งคู่ โดยในส่วนความคืบหน้าเรื่องการเยียวยานั้นขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อมายังครอบครัวโดยครอบครัวได้ส่งข้อความไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ

สำหรับความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นั้นทางครอบครัวยังคงอยู่ในอาการตกใจ และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุลักษณะนี้กับผู้เสียชีวิตและไม่ต้องการกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพราะเชื่อว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คนต่างเป็นที่รักของนายจ้างและเพื่อนร่วมงานโดยนายจ้างมักชักชวนไปร่วมทำบุญและทำกิจกรรมต่าง ๆ อยู่เสมอ รวมถึงเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดงานศพ และเดินทางมาร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีพร้อมด้วยเพื่อนร่วมงานจำนวนมาก

ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ทำหน้าที่เป็นเสาหลักของบ้านดูแลลูกสาวเพียงลำพัง ซึ่งหลังจากมารดาของนางสาวกชพร โสธรรัตรน์ เสียชีวิตเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อนยังต้องรับภาระดูแลพี่ชายของตนเองที่เป็นผู้พิการอีกด้วย

ส่วนทางด้านนางสาวณัฐฒิฌา กันยา อายุ 20 ปีนางสาวกชพร โสธรรัตรน์ ซึ่งศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหารคาม จ.มหาสารคาม เปิดเผยทั้งน้ำตาว่ารู้สึกเสียใจอย่างมากกับการสูญเสียครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาแม่เป็นเสาหลักเพียงคนเดียวของครอบครัวคอยส่งเสียทั้งด้านการศึกษาและดูแลทุกเรื่องในชีวิตแม้จะต้องสูญเสียบุคคลสำคัญที่สุดในชีวิต แต่จะตั้งใจเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษาให้ได้ตามความปรารถนาของแม่ ซึ่งต้องการให้ลูกเรียนจบมีงานที่ดีและมีอนาคตที่มั่นคงเพื่อให้แม่หมดห่วงซึ่งตนยังคงคิดถึงแม่เป็นอย่างมากอยู่ตลอด ทั้งนี้ตนให้ผู้ประกอบการโรงเบียร์ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเห็นว่าควรรับผิดชอบต่อผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวของผู้เสียหายอย่างเหมาะสม

ในขณะที่ทางด้านนายรัตนศักด์ กันภัย อานุ 49 ปีพี่เขยของนางสาวภานิชา สิงขร กล่าวด้วยความโศกเศร้าว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ตนรักผู้เสียชีวิตมาโดยตลอดและไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายกับครอบครัว พร้อมยอมรับว่ายังคงเสียใจอย่างมาก สำหรับความคืบหน้าด้านการช่วยเหลือและเยียวยารั้นขณะนี้มีหน่วยงานของรัฐติดต่อเข้ามาแล้ว โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนเกิดเหตุสมาชิกในครอบครัวต่างเล่าตรงกันว่าฝันถึงเรื่องไม่ดี ซึ่งตนเองก็รู้สึกผิดสังเกต เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่เคยฝันในลักษณะดังกล่าวและไม่มีการพูดคุยหรือบอกเล่าถึงลางสังหรณ์ระหว่างกันก่อนเกิดเหตุด้วย

ด้านนายนพรัตน์ อินทรสว่าง อายุ15 ปีลูกชายของนางสาวภานิชา สิงขร เล่าด้วยน้ำตาว่าเช้าวันเกิดเหตุตนสังเกตว่าแม่ยังไม่กลับบ้านและไม่เห็นรถจอดอยู่ จึงเข้าไปตรวจสอบข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กระทั่งพบข่าวเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ลาดพร้าว แต่ในตอนแรกยังไม่คิดว่าแม่จะเป็นหนึ่งในผู้ประสบเหตุก่อนจะทราบความจริงในเวลาต่อมารู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก

ในขณะที่ทางด้านน.ส ยลพัชร์ วาสิการ เจ้าของ บริษัทSexy lace health and wellness จำกัด ซึ่งเป็นนายจ้างของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายกล่าวด้วยน้ำตาว่ารู้สึกสะเทือนใจ ตกใจ และช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่คาดคิดว่าจะเกิดกับพนักงานของบริษัท โดยเฉพาะหนึ่งในผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นพนักงานประจำสาขาหลักที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งเดิมทีครอบครัวของนางสาวกชพร โสธรรัตรน์ มีความประสงค์จะนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ต่างจังหวัด แต่ภายหลังญาติได้เปลี่ยนใจ ขอให้จัดพิธีร่วมกับนางสาวภานิชา สิงขร ที่วัดเดียวกันเนื่องจากทั้งคู่เสียชีวิตพร้อมกัน และ บ้านของนางสาวภานิชา สิงขร อยู่ที่คลองสาม จึงเห็นควรให้ประกอบพิธีและฌาปนกิจร่วมกัน ขณะที่ทางบริษัทรับหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดร่วมกันจะสะดวกต่อทุกฝ่าย

โดยผู้เสียชีวิตทั้งสองเป็นบุคลากรที่ผูกพันกับบริษัทมาอย่างยาวนาน โดยหนึ่งในนั้นทำงานกับบริษัทนานกว่า 15 ปี จนเปรียบเสมือนสมาชิกใครอบครัว ส่วนอีกรายแม้จะทำงานไม่นานนัก แต่ก็มีความผูกพันกับเพื่อนร่วมงานและองค์กรเป็นอย่างมาก

ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งเรื่องระบบป้องกันอัคคีภัยระบบสปริงเกลอร์ เครื่องตรวจจับควัน และสัญญาณเตือนภัยที่ไม่มีประสิทธิภาพ จนเกิดเหตุประวัติศาสตร์ซ้ำรอยคล้ายกับเหตุโศกนาฏกรรมในอดีต เช่น เหตุเพลิงไหม้ซานติก้าผับ ซึ่งครั้งนั้นตนเองก็มีเพื่อนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งความหละหลวมและการละเลยมาตรการด้านความปลอดภัย ส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและครอบครัวของผู้เสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้เสียชีวิตหลายรายที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ทำให้ผู้ที่อยู่ข้างหลังต้องเผชิญปัญหาด้านรายได้และการดำรงชีวิต ทั้งนี้ทางบริษัทจะให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มกำลัง และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้สูญเสียในครั้งนี้

ส่วนทางด้านนายสามารถ เกตุแก้ว หัวหน้างานของทั้ง 2 รายกล่าวว่าผู้เสียชีวิตทั้งสองเป็นคนอัธยาศัยดี มีความกระตือรือร้นในการทำงาน โดยเฉพาะหัวหน้าทีมที่มีบุคลิกสดใส คอยสร้างบรรยากาศที่ดีและดูแลเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอ ทำให้การสูญเสียครั้งนี้สร้างความโศกเศร้าแก่พนักงานและผู้บริหารเป็นอย่างมากจึงเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนเร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีฐานะยากลำบากเพราะมีผู้เสียชีวิตรายหนึ่งที่เป็นผู้เลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง และกำลังส่งบุตรเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อขาดเสาหลักของครอบครัว ย่อมได้รับผลกระทบอย่างหนัก

โดย ร่างของ นางสาวกชพร โสธรรัตรน์และนางสาวภานิชา สิงขร จะสวดอภิธรรมศพ ตั้งวันที่ 15 กรกฎาคม 69 และ จะประกอบพิธีฌาปนกิจในวันที่ 18 กรกฎาคม 69 นี้

ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดปทุมธานี รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ