เจ้าของรถเปิดใจเล่านาทีระทึก GPS พาย้อนศร! เก๋งรับผู้โดยสารจีน หลงทางก่อนถูกขบวนรถไฟเฉี่ยว
เจ้าของรถเปิดใจเล่านาทีระทึก GPS พาย้อนศร! เก๋งรับผู้โดยสารจีน หลงทางก่อนถูกขบวนรถไฟเฉี่ยว
ข่าวสังคม - โซเชียล

เจ้าของรถเปิดใจเล่านาทีระทึก GPS พาย้อนศร! เก๋งรับผู้โดยสารจีน หลงทางก่อนถูกขบวนรถไฟเฉี่ยว

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2569 พนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุรถไฟบรรทุกสินค้าเฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋ง บริเวณจุดปิดกั้นทางรถไฟ วัดกล้วย ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่รถยนต์ได้รับความเสียหาย จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง Toyota สีขาว ทะเบียน 6 ขศ 5487 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ในลักษณะคร่อมกลางรางรถไฟ โดยบริเวณประตูด้านซ้ายได้รับความเสียหาย กระจกแตก และประตูยุบ ขณะที่คนขับและผู้โดยสารชาวจีนซึ่งโดยสารมาด้วยกันปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

นอกจากนี้ยังพบขบวนรถไฟบรรทุกปูนซีเมนต์จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยขบวนรถกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงประสานรถยกเข้าดำเนินการนำรถยนต์ออกจากราง เพื่อเปิดเส้นทางและป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม

จากการสอบถาม นายพร้อมคุณ อายุ 35 ปี(เบลอหน้า) คนขับรถเก๋ง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถในลักษณะรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน โดยรับผู้โดยสารชาวจีนจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อไปส่งที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จ.พระนครศรีอยุธยา และใช้ระบบ GPS นำทางมาตลอดเส้นทาง

กระทั่งก่อนถึงโรงแรมเพียงไม่กี่เมตร ระบบ GPS ได้แจ้งเส้นทางให้เลี้ยวขวา ก่อนจะให้เลี้ยวซ้ายและข้ามทางรถไฟ เมื่อมาถึงบริเวณดังกล่าวพบว่าไม้กั้นทางรถไฟกำลังปิดอยู่ จึงไม่สามารถขับผ่านไปได้ ตนจึงพยายามถอยหลังและกลับรถ เพื่อย้อนกลับไปยังเส้นทางเดิม

แต่ในจังหวะดังกล่าว ขบวนรถไฟบรรทุกปูนซีเมนต์ได้วิ่งผ่านมา ทำให้รถยนต์ถูกขบวนรถไฟเฉี่ยวชนบริเวณประตูด้านซ้าย ก่อนรถจะกระเด็นไปหยุดอยู่บริเวณร่องกลางรางรถไฟ โชคดีที่ตนเองและผู้โดยสารชาวจีนปลอดภัย ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

นายพร้อมคุณยังเปิดเผยว่า รู้สึกแปลกใจที่ระบบ GPS นำทางให้เข้าสู่เส้นทางดังกล่าว เนื่องจากเป็นเส้นทางย้อนศรทำไมถึงไม่ให้ตรงไป ทั้งที่จุดหมายปลายทางคือโรงแรมซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณเกิดเหตุเพียงไม่กี่เมตร โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ใช้รถที่พึ่งพาระบบนำทาง ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและสังเกตป้ายจราจร รวมถึงสัญญาณเตือนต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณทางรถไฟ ควบคู่ไปกับการใช้ GPS

ด้านพนักงานสอบสวนได้บันทึกภาพและตรวจสอบจุดเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน พร้อมให้เจ้าของรถประสานบริษัทประกันภัยเข้าตรวจสอบและดำเนินการเกี่ยวกับความเสียหาย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถยนต์เก๋งค่าดังกล่าวนั้นย้อนศร จึงได้เชิญตัว คนขับ ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ขบวนรถไฟดังกล่าวเป็นรถไฟบรรทุกปูนซีเมนต์ ซึ่งเดินทางผ่านสถานีรถไฟอยุธยาและมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะสอบสวนคนขับรถยนต์และผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดของเส้นทางและปัจจัยแวดล้อมในจุดเกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ครั้งนี้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่รถประสบเหตุแยกย้ายกันกลับได้มีรถยนต์เก๋งขับผ่านย้อนศรมาจึงสอบถามว่าย้อนมาทำไม โดยคนขับบอกว่ามาจากกรุงเทพฯจะไปสถานีรถไฟอยุธยา GPS ให้ย้อนศรมา ผู้สื่อข่าวจึงบอกให้กลับไปทางเดิม เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ