ศรีสุวรรณร้อง รมว.อุตฯ สอบนิคมอุตฯ ชื่อดังในชลบุรี-ระยอง ปล่อยน้ำเสียลงคลองทำลายนิเวศน์พัง
ศรีสุวรรณร้อง รมว.อุตฯ สอบนิคมอุตฯ ชื่อดังในชลบุรี-ระยอง ปล่อยน้ำเสียลงคลองทำลายนิเวศน์พัง
ข่าวสังคม - โซเชียล

ศรีสุวรรณร้อง รมว.อุตฯ สอบนิคมอุตฯ ชื่อดังในชลบุรี-ระยอง ปล่อยน้ำเสียลงคลองทำลายนิเวศน์พัง

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ถนนพระราม 6 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอให้ตรวจสอบนิคมอุตสาหกรรมชื่อดังในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเชื่อมต่อไปยังจังหวัดระยอง

การร้องเรียนครั้งนี้สืบเนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าปล่อยน้ำเสียสีดำคล้ำ มีกลิ่นเหม็น จากบ่อบำบัดน้ำเสียลงในลำรางและคลองสาธารณะ ในเขตตำบลพนานิคม อำเภอพัฒนานิคม และตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ส่งผลให้กุ้ง หอย ปู ปลา และสัตว์น้ำในคลอง รวมถึงในบ่อเลี้ยงปลาของชาวบ้านล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นการทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างรุนแรง นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบถึงอ่างเก็บน้ำดอกกราย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาสำคัญของชาวระยอง โดยการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และทางปกครอง

ปัญหาดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่ประมาณปลายเดือนมิถุนายน 2569 เมื่อชาวบ้านที่ใช้ประโยชน์จากคลองสาธารณะได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก น้ำเสียที่ถูกปล่อยออกมาทำให้ต้นไม้ที่รดด้วยน้ำคลองเหี่ยวเฉาและแห้งตาย เมื่อสูบน้ำไปใช้ในบ่อปลาและบ่อกุ้งก็ทำให้สัตว์น้ำตายหมดทั้งบ่อ รวมถึงสัตว์น้ำในคลองก็ลอยตายเป็นแพ นอกจากนี้ยังพบว่ามีการถมที่ดิน ก่อสร้างอาคาร รุกล้ำที่ดินสาธารณะอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หน่วยงานปกครองและท้องถิ่นในระดับพื้นที่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาใดได้มากนัก โดยถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการเกรงใจผู้บริหารนิคมฯ หรือโรงงาน และมีความพยายามที่จะปกปิดและกลบเกลื่อนพยานหลักฐาน โดยปล่อยให้ผู้ประกอบการนำดินมากลบท่อน้ำเสีย แต่ไม่มีการนำน้ำเสียในคลองไปบำบัดและฟื้นฟูสภาพนิเวศในคลองให้กลับคืนมาดังเดิม ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมีลมฝนตกลงมา ทำให้น้ำเสียเร่งไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำดอกกรายที่อยู่ไม่ไกลจากนิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว ทำให้ขณะนี้น้ำในอ่างเริ่มเน่าเหม็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบประปาของชาวบ้านโดยตรง

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า เหตุการณ์นี้ถือว่าผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมชื่อดังดังกล่าวไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ประมวลกฎหมายที่ดิน รวมถึงฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 360 โดยตรง ซึ่งเป็นหน้าที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่จะต้องดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรม เนื่องจากฝ่าฝืนเงื่อนไขตามกฎหมาย เช่น การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ควบคุม ขัดต่อกฎหมายโรงงาน การฝ่าฝืนเงื่อนไขในใบอนุญาต หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) และการละเลยข้อบังคับที่ปล่อยให้มีสภาพแวดล้อมที่เป็นอันตรายต่อส่วนรวม

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานกว่า 10 วันแล้ว แต่ กนอ. ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองท้องถิ่นยังไม่มีมาตรการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ประกอบการนิคมดังกล่าวแต่อย่างใด สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจึงต้องนำความมาร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการจัดการนิคมฯ ดังกล่าวโดยเร็ว และสั่งให้มีการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมในคลองและในอ่างเก็บน้ำดอกกรายให้กลับคืนสภาพมาดังเดิม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ