เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานสำคัญ ทั้งด้านความมั่นคง สิ่งแวดล้อม และการปกครอง ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบกองขยะขนาดใหญ่ในพื้นที่หมู่ 6 ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ภายหลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีการลักลอบนำขยะจำนวนมากมาทิ้งในบริเวณดังกล่าว
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้แทนจาก กอ.รมน.จังหวัดระยอง, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง, องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง, เทศบาลตำบลแม่น้ำคู้, ปลัดอำเภอปลวกแดง, กรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ร่วมตรวจสอบอย่างละเอียด

จากการสำรวจเบื้องต้น พบกองขยะปริมาณมหาศาลหลายประเภทปะปนกันอยู่ภายในพื้นที่ และมีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการเก็บข้อมูลและจำแนกชนิดของขยะ เพื่อระบุว่าเป็นขยะอุตสาหกรรม ขยะอันตราย หรือขยะมูลฝอยทั่วไป เนื่องจากผลการตรวจพิสูจน์จะมีผลต่อการดำเนินการทางกฎหมายและการกำจัดอย่างมีประสิทธิภาพ

ภายหลังการตรวจสอบภาคสนาม เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานได้ร่วมประชุมหารือกันที่เทศบาลตำบลแม่น้ำคู้ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน โดยแต่ละหน่วยงานได้ชี้แจงอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของตน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินคดีเป็นไปอย่างถูกต้องตามขั้นตอน และป้องกันความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน
นายรุ่งนิรันตร์ โหมดศิริ นายกเทศมนตรีตำบลแม่น้ำคู้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองก่อน ว่าขยะดังกล่าวเข้าข่ายเป็นขยะอุตสาหกรรม ขยะอันตราย หรือขยะทั่วไป ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นขยะที่มีความเสี่ยงเป็นวัตถุอันตราย หากผลตรวจยืนยันแล้ว จึงจะสามารถดำเนินการขนย้ายหรือกำจัดได้ตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เทศบาลจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของพื้นที่ในเบื้องต้น พร้อมบังคับใช้พระราชบัญญัติการสาธารณสุขในส่วนที่อยู่ในอำนาจ ขณะที่หน่วยงานอื่นจะดำเนินการตามกฎหมายเฉพาะที่รับผิดชอบต่อไปเพื่อให้เกิดความยุติธรรม
ด้าน นายวัชรพงษ์ ศิริรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต 5 กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือการพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าขยะทั้งหมดเป็นขยะอันตรายหรือเป็นเพียงขยะมูลฝอยทั่วไป ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง โดยมีการประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมจำแนกประเภทขยะ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

พร้อมระบุว่า ภายหลังการประชุม ทุกหน่วยงานเห็นพ้องกันว่าจะเร่งดำเนินคดีตามกฎหมายที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบ เพื่อให้ผู้กระทำความผิดต้องรับผิดตามกระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุด และไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก
ขณะที่ นายจรัญ จันทร์มณี เครือข่ายจิตอาสาพิทักษ์สิ่งแวดล้อม กล่าวเสริมว่า ที่ประชุมมีมติให้เร่งแจ้งความดำเนินคดีในส่วนที่แต่ละหน่วยงานมีอำนาจตามกฎหมาย พร้อมทั้งอายัดกองขยะทั้งหมดไว้เป็นพยานหลักฐานสำคัญ และจัดมาตรการเฝ้าระวังไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายหรือเผาทำลายขยะ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพิสูจน์หลักฐานและสุขภาพของประชาชน

นอกจากนี้ จะประสานหน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด จนกว่าจะทราบผลการตรวจพิสูจน์อย่างเป็นทางการ หากพบว่าเป็นขยะอันตราย จะสามารถดำเนินการกำจัดตามกฎหมาย พร้อมร้องทุกข์กล่าวโทษผู้ครอบครองหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบทิ้งขยะทันที เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน