วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 สาวเจ้าของรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากเศษวัสดุตกใส่หลังคารถ ซึ่งจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านของตนเอง ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าของเหตุการณ์ พร้อมให้ทนายความดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง หลังจากก่อนหน้านี้เธอโพสต์ร้องขอความเป็นธรรมผ่านโซเชียลมีเดีย
จากกรณีดังกล่าว เจ้าตัวระบุว่าได้นำรถไปจอดไว้ฝั่งตรงข้ามบ้าน ก่อนจะมีเศษวัสดุจากบ้านหลังนั้นตกลงมาใส่หลังคารถจนได้รับความเสียหาย แม้จะมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้อย่างชัดเจน แต่ไม่สามารถเอาผิดผู้ใดได้ เนื่องจากนิติบุคคลหมู่บ้านปฏิเสธความรับผิดชอบ และแนะนำให้ดำเนินคดีด้วยตนเอง ขณะที่หากจะใช้กระบวนการทางกฎหมายก็ทำได้เพียงลงบันทึกประจำวัน เพราะเป็นคดีแพ่ง จึงไม่สามารถแจ้งความดำเนินคดีอาญาได้
ภายหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป กลับมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเน็ตจำนวนมาก โดยบางรายใช้ถ้อยคำหยาบคายและรุนแรง ทำให้ล่าสุดเธอตัดสินใจมอบหมายให้ทนายความดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่แสดงความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ที่ด่าทออย่างรุนแรง ซึ่งคาดว่าเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท
เจ้าของรถยังชี้แจงถึงสาเหตุที่นำรถไปจอดหน้าบ้านฝั่งตรงข้ามว่า ในวันเกิดเหตุพื้นที่จอดรถภายในบ้านเต็ม อีกทั้งมุมจากกล้องวงจรปิดของบ้านสามารถมองเห็นบริเวณดังกล่าวได้ จึงเลือกนำรถไปจอดฝั่งตรงข้าม นอกจากนี้ถนนหน้าบ้านเป็นถนน 2 เลน หากจอดรถหน้าบ้านของตนเองจะทำให้รถคันอื่นไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ประกอบกับบ้านหลังดังกล่าวไม่มีผู้อยู่อาศัยเป็นประจำ เจ้าของบ้านแทบไม่ได้เดินทางมา จึงตัดสินใจนำรถไปจอดไว้ โดยรถคันสีเหลืองที่ได้รับความเสียหายนั้น เพิ่งนำกลับมาจากการปล่อยเช่า

เมื่อถูกถามว่าเคยเกิดกรณีเจ้าของบ้านฝั่งตรงข้ามกลับมาขณะจอดรถหรือไม่ เธอเปิดเผยว่าเคยแจ้งเจ้าของบ้านไว้แล้วว่า หากต้องการให้นำรถออก สามารถมากดกริ่งเรียกที่บ้านได้ตลอด
อย่างไรก็ตาม เธอมองว่าการดำเนินคดีเรียกร้องค่าเสียหายอาจไม่คุ้มค่า เพราะหากต้องฟ้องร้องต่อศาล ค่าใช้จ่ายด้านทนายความอาจสูงกว่าค่าซ่อมรถ พร้อมตั้งข้อสงสัยทิ้งท้ายว่า หากเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก ผู้ใดควรเป็นผู้รับผิดชอบ