กล้องวงจรปิดจับภาพกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์กว่า 6 คัน ขับผ่านหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลบ้านพระ อำเภอเมืองปราจีนบุรี ก่อนวัยรุ่นที่นั่งรถคันที่ 4 ชักอาวุธปืนยิงเข้าไปภายในบ้าน เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.56 น. วันที่ 12 สิงหาคม 2569

กระทั่งล่าสุด เมื่อเวลา 01.34 น. วันที่ 6 กันยายน 2569 กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาบริเวณบ้านหลังเดิม ก่อนหนึ่งในนั้นจะขว้างขวดแก้วเข้าไปภายในบ้าน จนขวดตกกระแทกพื้นแตกเสียงดัง พร้อมมีการตะโกนด่าทอ ก่อนขี่รถหลบหนีไป
ช่วงสายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเกิดเหตุ พบเป็นบ้านไม้ยกสูง มีวัยรุ่นและนักเรียนพักอาศัยอยู่กว่า 8 คน บริเวณหน้าบ้านพบเศษขวดเบียร์แตกกระจายอยู่หลายจุด ขณะที่บ้านข้างเคียงมีทั้งเด็กและผู้สูงอายุพักอาศัย ทำให้ชาวบ้านต่างหวาดกลัว เกรงว่าจะถูกลูกหลง

นายตรีเทพ วิสุทธิอุทัยกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 เปิดเผยว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเช่า ก่อนหน้านี้กลุ่มวัยรุ่นที่พักอาศัยมักจับกลุ่มอยู่บริเวณหน้าบ้าน จนเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา มีกลุ่มวัยรุ่นคู่อริขี่รถจักรยานยนต์มายิงปืนใส่บ้าน หลังเกิดเหตุ ตนได้เข้าตักเตือนกลุ่มวัยรุ่น พร้อมกำชับไม่ให้จับกลุ่มกัน หากยังเกิดเหตุซ้ำจะให้ย้ายออกจากพื้นที่ หลังจากนั้นกลุ่มวัยรุ่นที่พักอยู่ในบ้านก็เลิกจับกลุ่มและใช้ชีวิตตามปกติ แต่กลับมีกลุ่มคู่อริขี่รถจักรยานยนต์มาก่อเหตุซ้ำหลายครั้ง ทั้งยิงปืนและปาขวดใส่บ้าน จนกระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุอีกครั้ง
ผู้ใหญ่บ้านยังระบุว่า กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ รวมถึงบริเวณวัดบ้านพระ เคยมีเหตุใช้อาวุธปืนไล่ยิงชาวบ้านมาแล้ว เบื้องต้นเตรียมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย โดยยอมรับว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุส่วนใหญ่ยังเป็นเยาวชน

ขณะที่ นายพีม อายุ 30 ปี เจ้าของบ้านที่อยู่ติดกัน เปิดเผยว่า เหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาไม่ได้ยินเสียงขณะเกิดเหตุ แต่เมื่อมาตรวจสอบกล้องวงจรปิดจึงพบภาพวัยรุ่นขี่รถเข้ามาปาขวดใส่บ้านดังกล่าว ก่อนหน้านี้ก็เคยเกิดเหตุยิงปืนมาแล้วครั้งหนึ่ง
นายพีมบอกว่า บ้านของตนมีทั้งเด็กและผู้สูงอายุพักอาศัย โดยห้องนอนของลูกอยู่ใกล้กับบ้านเกิดเหตุ ทำให้ตนและชาวบ้านในซอยรู้สึกหวาดกลัว เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงและมีผู้บริสุทธิ์ถูกลูกหลง
ชาวบ้านในพื้นที่จึงเรียกร้องให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มมาตรการกวดขันกลุ่มวัยรุ่น โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนและคืนวันศุกร์-เสาร์ เพื่อป้องกันเหตุบานปลายและไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นในพื้นที่