ถึงว่าโดนทั้งคู่! เผยสาเหตุ ศาลสั่งจำคุก ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น
ถึงว่าโดนทั้งคู่! เผยสาเหตุ ศาลสั่งจำคุก ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น
ข่าวสังคม - โซเชียล

ถึงว่าโดนทั้งคู่! เผยสาเหตุ ศาลสั่งจำคุก ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องพิจารณาคดี 906 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหวย 30 ล้าน หรือคดี หวยครูปรีชา หมายเลขดำ อ.3448/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายปรีชา (ขอสงวนนามสกุล) หรือ ครูปรีชา และนางรัตนาภรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) หรือ เจ๊บ้าบิ่น เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ และเบิกความเท็จ อันเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย

สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากกรณีพิพาทสิทธิความเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 หมายเลข 533726 จำนวน 5 ใบ มูลค่ารางวัลรวม 30 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ นายปรีชาได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ระบุว่าได้ซื้อสลากชุดดังกล่าวจากนางรัตนาภรณ์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ที่ตลาดเรดซิตี้ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ก่อนจะพบว่าสลากหายไป และเชื่อว่า ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือ ลุงจรูญ เป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล จึงแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์

ขณะที่นางรัตนาภรณ์ให้การสนับสนุนว่าเป็นผู้ขายสลากชุดดังกล่าวให้กับนายปรีชาจริง และลงลายมือชื่อเป็นพยานในบันทึกประจำวัน อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนและพยานหลักฐาน อัยการเห็นว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยระบุว่าในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 นายปรีชาไม่ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลขดังกล่าวจากนางรัตนาภรณ์ จึงไม่ใช่ผู้ครอบครองหรือเจ้าของกรรมสิทธิ์ในสลากรางวัลที่ 1

อัยการจึงยื่นฟ้องว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี และกล่าวหาว่า ร.ต.ท.จรูญ วิมูล กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ทั้งที่ทราบว่าไม่เป็นความจริง อันเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา เพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา รวมถึงทำให้เจ้าพนักงานบันทึกข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ โดยตลอดการพิจารณาคดี จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และได้รับการปล่อยชั่วคราว โดยในวันฟังคำพิพากษา นายปรีชา และนางรัตนาภรณ์ ได้เดินทางมาศาลด้วยตนเอง

ภายหลังพิเคราะห์พยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ขณะที่พยานหลักฐานของฝ่ายจำเลยยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างได้ จึงเชื่อว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง ดังนั้น ศาลจึงมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก นายปรีชา และนางรัตนาภรณ์ คนละ 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ