จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุมีชายจมน้ำเสียชีวิตภายในสวนเบญจสิริ และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า ชายคนดังกล่าวถูกบุคคลอื่นโยนลงไปในบ่อน้ำ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตต่อมาคือ นายวิชัย อายุ 39 ปี ชาวอำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร อดีตนักจัดรายการวิทยุชุมชน อดีตนักแสดงตลกที่มีชื่อเสียงในพื้นที่อำเภอพรานกระต่าย อำเภอลานกระบือ และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงเป็นเจ้าของช่องติ๊กต็อก ชัย สะบัดช่อ โดยในช่วงแรกที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุยังไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร
ล่าสุด วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ควบคุมตัวนายทวีศักดิ์ พันธ์งาม หรือ ต้อม ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวไปฝากขังยังศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวตามท้ายคำร้อง ขณะที่ในชั้นพนักงานสอบสวนไม่มีญาติของผู้ต้องหามาติดต่อขอประกันตัวแต่อย่างใด
นายต้อมให้การอ้างว่า เหตุดังกล่าวเกิดจากการทะเลาะกัน หลังผู้เสียชีวิตมีอาการคลุ้มคลั่งจนไม่สามารถควบคุมได้ และมักมีพฤติกรรมทำอนาจารนักท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าว ทำให้ตนไม่พอใจและไม่ต้องการให้ผู้เสียชีวิตกลับมานอนภายในสวนฯ อีก ส่วนการทำร้ายร่างกาย ผู้เสียชีวิตยังไม่หมดสติและยังมีอาการคลุ้มคลั่ง จึงตัดสินใจโยนลงไปในน้ำ โดยอ้างว่าต้องการให้ผู้เสียชีวิตหายจากอาการดังกล่าว
ด้านนายแป๋ว อายุ 78 ปี ปู่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า นายวิชัย เป็นหลานชายที่ชอบช่วยเหลือสังคม เมื่ออยู่ที่บ้านเกิดเคยทำหน้าที่เป็นนักจัดรายการวิทยุ และหากใครต้องการประชาสัมพันธ์เรื่องใดก็สามารถนำไปออกอากาศผ่านรายการวิทยุได้
นายแป๋วกล่าวว่า ระยะหลังนายวิชัยไม่ค่อยได้กลับบ้าน เนื่องจากไปมีครอบครัวและทำงานอยู่ที่อื่น โดยตนเองยังไม่เชื่อว่าหลานชายจะกลายเป็นคนเร่ร่อน เมื่อเห็นข่าวก็รู้สึกตกใจและไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ครั้งสุดท้ายที่นายวิชัยกลับมาหาพ่อ บอกว่าจะไปทำงานเป็น รปภ. ที่กรุงเทพฯ ก่อนจะมาทราบข่าวอีกครั้งว่าไปทำอนาจารและถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งตนยิ่งไม่เชื่อ เพราะหลานชายไม่เคยมีพฤติกรรมดังกล่าว เพียงแต่ช่วงหลัง ก่อนจะหายไป นายวิชัยมักดื่มเหล้า ซึ่งอาจเป็นเพราะมีปัญหาชีวิตหลายอย่าง
ที่ผ่านมา นายวิชัยเป็นนักจัดรายการวิทยุที่มีชื่อเสียงอย่างมากในพื้นที่อำเภอพรานกระต่าย อำเภอลานกระบือ และจังหวัดใกล้เคียง โดยนายแป๋วไม่ได้เป็นคนเลี้ยงหลานชายมาตั้งแต่เกิด แต่มีหลวงพ่อจากวัดต่างตำบลให้การอุปถัมภ์และช่วยให้บวชเรียนมาตั้งแต่เด็ก
ขณะที่บิดาของนายวิชัยเดินทางไปรับศพลูกชายที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเช้า ส่วนจะนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลที่ใดนั้น ต้องพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจน และต้องรอเงินจากประกันสังคมว่าจะได้รับหรือไม่ หากไม่ได้รับเงินก็คงต้องฌาปนกิจที่กรุงเทพฯ ตามมีตามเกิด ก่อนนำกระดูกกลับมายังบ้านเกิด โดยหลังจากเลิกรากับภรรยาคนล่าสุด ครอบครัวได้รับข่าวเพียงว่า นายวิชัยไปทำงานเป็นหัวหน้า รปภ. ที่กรุงเทพฯ หลังจากนั้นก็หายไป
ด้านนางมาลัย อายุ 59 ปี เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ติดกัน เล่าว่า นายวิชัย หรือ ดีเจชัยชัย ตอนอาศัยอยู่ที่บ้านไม่เคยมีพฤติกรรมอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว และมักตั้งโทรศัพท์ไลฟ์สดผ่าน TikTok เพื่อขายของหารายได้ ก่อนเริ่มไลฟ์แต่ละครั้งยังมาบอกตนล่วงหน้าว่าอาจส่งเสียงดังรบกวน
นางมาลัยกล่าวอีกว่า ตั้งแต่วัยเด็กนายวิชัยเป็นคนมีนิสัยดี ชอบเล่านิทาน และเป็นคนกล้าแสดงออก ก่อนจะไปบวชที่วัด และสึกออกมาได้ประมาณ 2-3 เดือน เมื่อทราบข่าวว่าถูกทำร้ายเพราะไปทำอนาจารจนเสียชีวิตก็รู้สึกตกใจและสงสาร เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
พระครูสัททธาวชิรกร เจ้าอาวาสวัดประดาเจ็ดลัง หมู่ 13 ตำบลหนองหลวง อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูนายวิชัยมาตั้งแต่เด็ก หลังแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่วนพ่อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนมีผลกระทบต่อสมอง จึงรับนายวิชัยมาอุปการะและให้บวชเรียนจนจบชั้น ม. 3 จากนั้นนายวิชัยขอไปเรียนฝึกอาชีพ แต่ทนไม่ไหวจึงขอกลับมาบวชอีกครั้ง ก่อนจะสึกออกไปมีครอบครัวและทำงานเป็นนักจัดรายการวิทยุจนมีชื่อเสียง แล้วเลิกรากับภรรยาและมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
พระครูสัททธาวชิรกรกล่าวว่า การกลับมาบวชครั้งล่าสุด นายวิชัยบวชอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนสึกออกไปทำงานที่กรุงเทพฯ ต่อมาช่วงหลังโทรมาบอกว่าถูกนายจ้างโกงค่าแรง และไม่มีเงินซื้อข้าว จึงขอเงินจากพระครูสัททธาวชิรกร ซึ่งได้โอนเงินช่วยเหลือให้ครั้งละ 200 ถึง 500 บาท กระทั่งมาทราบข่าวว่านายวิชัยกลายเป็นคนเร่ร่อนและถูกทำร้ายจนเสียชีวิต
พระครูสัททธาวชิรกรกล่าวเพิ่มเติมว่า ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายวิชัยจึงมีชีวิตลงเอยในลักษณะดังกล่าว และแทบไม่เชื่อข้อกล่าวหาที่ระบุว่า นายวิชัยทำอนาจาร หลังทราบข่าวก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาได้อบรมสั่งสอนให้เป็นคนดีมาโดยตลอด และไม่คิดว่าจะต้องมาพบกับจุดจบเช่นนี้