สนธิญา บุกทำเนียบฯ ร้องรัฐมนตรีสื่อ จี้สอบพิธีกรดัง นำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อน ทำทัวร์ลงเสียหายหนัก
สนธิญา บุกทำเนียบฯ ร้องรัฐมนตรีสื่อ จี้สอบพิธีกรดัง นำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อน ทำทัวร์ลงเสียหายหนัก
ข่าวสังคม - โซเชียล

สนธิญา บุกทำเนียบฯ ร้องรัฐมนตรีสื่อ จี้สอบพิธีกรดัง นำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อน ทำทัวร์ลงเสียหายหนัก

ฟังข่าวนี้

วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.45 น. ที่ผ่านมา ณ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิญา สวัสดี ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลด้านสื่อของรัฐ เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนและผู้ดำเนินรายการรายหนึ่ง

นายสนธิญา เปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้ สืบเนื่องจากกรณีการนำเสนอข้อมูลในรายการข่าวทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท. และสถานีวิทยุคลื่นวิทยุ ซึ่งมี นายวีระ ธีรภัทร และพิธีกรอีกท่านหนึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ โดยระบุว่าข้อมูลที่มีการนำไปวิพากษ์วิจารณ์นั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของตนเป็นอย่างมาก

โดยประเด็นปัญหาดังกล่าว เกี่ยวเนื่องกับการประชุมคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ ที่มี คุณไอซ์ รักชนก ศรีนอก เป็นประธาน เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ซึ่งในรายการมีการระบุว่า นายสนธิญาเป็นผู้ตั้งคำถามในที่ประชุมว่า จุ้นคืออะไร และประโยคที่ว่า “เตะเข้าชามหมา” ซึ่งนายสนธิญายืนยันหนักแน่นว่า ทั้งสองประโยคดังกล่าว ไม่ได้มาจากคำพูดของผมในที่ประชุมอย่างแน่นอน แต่เป็นข้อความที่มีผู้อื่นนำไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กหลังจากที่ตนเข้าร่วมประชุม จากนั้นทางรายการจึงนำข้อความดังกล่าวไปนำเสนอและอ้างว่าเป็นคำพูดของตน ซึ่งถือเป็นการนำความเท็จมาเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะ

นายสนธิญา ระบุเพิ่มเติมว่า หาก นายวีระ ธีรภัทร ทำหน้าที่เป็นเพียงนักจัดรายการวิทยุหรือพิธีกรทั่วไป ตนก็อาจจะไม่ติดใจเอาความ แต่เนื่องจากปัจจุบัน นายวีระ มีตำแหน่งเป็นถึง "ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ" ชุดดังกล่าวด้วย ดังนั้น การนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงในชั้นกรรมาธิการออกมาสื่อสารสู่สาธารณะ จึงเป็นพฤติกรรมที่อาจขัดต่อ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ รวมถึงขัดต่อหลักจริยธรรมวิชาชีพสื่อมวลชนอย่างร้ายแรง

ทั้งนี้ นายสนธิญา ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำเสนอรายการดังกล่าวที่ทำให้ตนได้รับความเสียหาย

2. พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และมาตรฐานจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์

3. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือหลักจริยธรรม

นอกจากนี้ นายสนธิญา เผยว่าตนเองได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ไว้ก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน

นอกจากการจี้สอบพิธีกรชื่อดังแล้ว นายสนธิญา ยังได้เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานทางการเมือง และกฎหมายที่สำคัญอีก 2 ประเด็น ​เดินหน้าพึ่งอัยการสูงสุด หลังศาลไม่รับคำร้อง

นายสนธิญา เปิดเผยว่า ในวันเดียวกันนี้ (1 กรกฎาคม 2569) เวลาประมาณ 13.30 น. ตนจะเดินทางไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัยส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกา ในการขอให้มีคำสั่ง ถอนประกันตัว นางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ สส.พรรคก้าวไกล ​การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายสนธิญาได้เคยยื่นคำร้องขอถอนประกันตัวต่อนางสาวรักชนก ที่ศาลอาญารัชดามาแล้ว แต่ศาลไม่รับคำร้องเนื่องจากเห็นว่านายสนธิญาไม่ใช่ผู้เสียหายหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในคดี อย่างไรก็ตาม นายสนธิญาระบุว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาจำคุก 6 ปีไปแล้ว โดยมีอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง ตนจึงต้องนำเรื่องนี้มาส่งต่อให้อัยการสูงสุดในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อเป็นผู้ดำเนินการยื่นถอนประกันต่อไป โดยอ้างเหตุผลว่านางสาวรักชนกมีพฤติกรรมออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณี ต่อสร้อยมาลา และพาดพิงไปถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฯ ซึ่งอาจเป็นการผิดเงื่อนไขการประกันตัว ​เตรียมบุกสถานทูตออสเตรเลีย ยื่นหนังสือถึงผู้สำเร็จราชการฯ

นอกจากนี้ นายสนธิญายังได้ประกาศแผนการในวันพรุ่งนี้ (2 กรกฎาคม 2569) ว่าจะเดินทางไปยังสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือส่วนตัวในฐานะอดีตกรรมาธิการกฎหมายฯ โดยหนังสือดังกล่าวจะส่งตรงถึง ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งเครือรัฐออสเตรเลีย (Governor-General of Australia) ในฐานะผู้แทนพระองค์ของกษัตริย์อังกฤษ

​นายสนธิญายืนยันว่าการยื่นหนังสือในวันพรุ่งนี้เป็นการดำเนินการในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชนคนไทยภาพรวม ส่วนรายละเอียดและจุดประสงค์ของการยื่นหนังสือถึงทางการออสเตรเลียในครั้งนี้ คาดว่าจะมีการเปิดเผยเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ต่อไป

ข่าวที่คุณอาจสนใจ