แรงมาก! ไอซ์ รักชนก ตัดสินใจพูดตรงๆ ถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบบไม่ไว้หน้าแล้ว
แรงมาก! ไอซ์ รักชนก ตัดสินใจพูดตรงๆ ถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบบไม่ไว้หน้าแล้ว
ข่าวการเมือง

แรงมาก! ไอซ์ รักชนก ตัดสินใจพูดตรงๆ ถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แบบไม่ไว้หน้าแล้ว

ฟังข่าวนี้

จากกรณี นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี เสียชีวิต และทำให้คนขับรถได้รับบาดเจ็บ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ก่อนมีภาพขณะ นายฉลอง นั่งสูบบุหรี่ภายใน สภ.รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ จนเกิดกระแสตั้งคำถามถึงมาตรฐานการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ก่อเหตุในคดีร้ายแรง

ล่าสุด วันที่ 11 สิงหาคม 2569 รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว พร้อมตั้งคำถามไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของนายกรัฐมนตรี ว่าควรออกมาชี้แจงถึงมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ก่อเหตุสังหารบุคคล โดยระบุประเด็นสำคัญไว้ 7 ข้อ ดังนี้

1. เหตุการณ์ที่ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี บุกยิง นายก อบจ.นนทบุรี ถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงและอุกอาจ สิ่งที่ประชาชนควรให้ความสนใจในขณะนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องที่ผู้ก่อเหตุโทรศัพท์หาใครหลังเกิดเหตุ แต่ควรเป็นวิธีการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุสังหารบุคคล

2. จากคลิปขณะเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัวนายฉลอง จะเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้เข้าจู่โจม ไม่มีการให้นอนคว่ำหน้าและเอามือไพล่หลัง ไม่มีการใส่กุญแจมือ รวมถึงไม่ได้ใช้เครื่องพันธนาการ โดยนายฉลองยังสามารถใช้มือทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างอิสระ และในระหว่างถูกเข้าควบคุมตัวยังคงยืนพูดคุยโทรศัพท์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังปล่อยให้นายฉลองค่อยๆ หยิบสิ่งของออกจากกางเกงด้วยตัวเอง ซึ่งจากคลิปเข้าใจว่าสิ่งดังกล่าวคือแม็กกาซีนที่ใช้ใส่กระสุนปืน หากสิ่งที่นายฉลองหยิบออกมาจากกางเกงในขณะนั้นเป็นปืนอีกกระบอก จะเกิดอะไรขึ้น หากผู้ก่อเหตุยังมีปืนอยู่จริงและนำมาก่อเหตุซ้ำกับเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นในบริเวณนั้น จะเกิดความสูญเสียเพิ่มเติมหรือไม่ และเหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมสถานการณ์อย่างหละหลวมเช่นนี้

3. ได้มีโอกาสพูดคุยกับ สารวัตรโอต ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล โดยเห็นว่าเหตุการณ์ร้ายแรงลักษณะนี้ อย่างน้อยที่สุดเจ้าหน้าที่ตำรวจควรมีเครื่องพันธนาการสำหรับควบคุมมือ และต้องตรวจค้นร่างกายผู้ก่อเหตุเพื่อให้แน่ใจว่ายังมีอาวุธอื่นติดตัวอยู่หรือไม่ แต่จากคลิปข่าวที่ปรากฏกลับไม่เห็นการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ผู้ต้องหายังคงยืนพูดโทรศัพท์อย่างสบายๆ และเป็นฝ่ายหยิบสิ่งของที่ติดตัวออกมาให้ตำรวจด้วยตัวเอง ทั้งที่อาวุธที่ใช้ก่อเหตุยังอยู่ในบริเวณใกล้เคียง

4. หากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์อื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ประชาชนคงสามารถนึกภาพได้ว่า หากเกิดเหตุร้ายและยังมีอาวุธอยู่ใกล้มือ ผู้ก่อเหตุอาจถูกตำรวจวิสามัญไปแล้ว แต่ในกรณีนี้กลับปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ควบคุมตัวนายฉลองในลักษณะที่เหมาะสมกับความร้ายแรงของเหตุการณ์ ท่าทีที่เห็นดูสบายๆ จนคล้ายกับกลุ่มเพื่อนที่ออกมาแวะสูบบุหรี่ข้างอาคาร จึงเกิดคำถามว่า มาตรฐานการจัดการสถานการณ์ร้ายแรงของตำรวจเป็นเช่นนี้จริงหรือ และนี่คือโปรโตคอลปกติสำหรับการควบคุมสถานการณ์หรือไม่

5. เหตุใดนายฉลองจึงได้รับอภิสิทธิ์ในการสูบบุหรี่ภายในสถานที่ราชการ ขณะถูกนำตัวมาควบคุมที่โรงพัก โดยยังอยู่ในอิริยาบถที่ดูสบายๆ และมาตรฐานการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ที่ใด รวมถึงในคดีอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอนุญาตให้ผู้ต้องหาทำเช่นเดียวกันได้หรือไม่

6. หากเปรียบเทียบกับเหตุการณ์อื่นที่ร้ายแรงน้อยกว่าคดีนี้ เช่น การทำร้ายร่างกาย การมีอาวุธมีดหรือปืน การที่บุคคลอยู่ในอาการมึนเมาหรืออยู่ภายใต้อิทธิพลของยาเสพติด รวมถึงกรณีการชุมนุม จะเห็นว่าหลายเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวอย่างเข้มงวด บางกรณีมีการใส่กุญแจมือ บางกรณีแม้ผู้ต้องหาจะสงบลงแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ยังคงใช้เครื่องพันธนาการ และบางเหตุการณ์ตำรวจถึงขั้นใช้กำลังทำร้ายร่างกายจนผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บ

7. การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือการไม่ดำเนินการตามโปรโตคอลที่เหมาะสมเช่นนี้ ยิ่งทำให้สังคมเกิดข้อสงสัยมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนมีความไม่ไว้วางใจต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว เพราะผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินในขณะนี้ จึงยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า คดีนี้ตำรวจจะดำเนินการด้วยมาตรฐานใด

ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ดูเหมือนผู้ก่อเหตุจะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากคดีอื่นๆ ในอดีตอย่างมาก จนทำให้เกิดข้อสงสัยว่า หากต่อหน้าประชาชนยังมีการปฏิบัติในลักษณะนี้ แล้วการดำเนินการในส่วนที่ประชาชนมองไม่เห็นจะมีมาตรฐานมากน้อยเพียงใด

ทั้งนี้ รักชนก ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรออกมาแถลงชี้แจงถึงมาตรฐานในการเข้าควบคุมเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน เพราะการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต่อนายฉลอง เมื่อพิจารณาเทียบกับความร้ายแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังคงทำให้ประชาชนเกิดข้อสงสัยและตั้งคำถามต่อมาตรฐานการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ