รวบแอดมินสาว เครือข่ายทหารเขมร หลอกคนไทยไปเป็นเหยื่อบัญชีม้าที่กัมพูชา
รวบแอดมินสาว เครือข่ายทหารเขมร หลอกคนไทยไปเป็นเหยื่อบัญชีม้าที่กัมพูชา
ข่าวสังคม - โซเชียล

รวบแอดมินสาว เครือข่ายทหารเขมร หลอกคนไทยไปเป็นเหยื่อบัญชีม้าที่กัมพูชา

ฟังข่าวนี้

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.พงศกร ต้นอารีย์, พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ, พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.ทัตพร เลขะวัฒนพงษ์ รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.ปรัชญ์ แม้นเดช รอง ผกก.2 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม บก.ป. นำโดย พ.ต.ต.อดิศร อินทิยศ สว.กก.2 บก.ป., ด.ต.วีรภัทร สุมานัส, ส.ต.อ.ณัฐกฤต แสนสุข ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป.

ร่วมกันจับกุม น.ส. บี (นามสมมติ) อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 1 หมาย ดังนี้ 1. ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 487/2569 ลงวันที่ 27 มกราคม 2569 ฐาน มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, เป็นอั้งยี่, เป็นซ่องโจร, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือให้ข่าวโดยประการใด ๆ เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด สถานที่จับกุม บริเวณหน้าบ้าน หมู่ 11 ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี

พฤติการณ์ จากข้อมูลทางคดีพบว่า ผู้ต้องหาเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในพื้นที่หนองจาน ประเทศกัมพูชา โดยมีตำแหน่งเป็นแอดมิน ทำหน้าที่จัดเตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และบัญชีธนาคารสำหรับใช้หลอกลวงออนไลน์และฟอกเงิน โดยเมื่อเหยื่อบัญชีม้ามาถึงที่ออฟฟิศ จะถูกยึดโทรศัพท์และถูกย้ายแอปพลิเคชันธนาคารจากเครื่องของเหยื่อ มาไว้ในเครื่องที่จะใช้ในการทำงาน ทั้งนี้ หากเหยื่อชาวไทยรายใดไม่ยอมให้ความร่วมมือ ก็จะถูกทำร้ายร่างกายจนกว่าจะยินยอม โดยมีหัวหน้าใหญ่สุดในออฟฟิศดังกล่าวเป็นชาวจีน ชาวกัมพูชาและชาวไทย มีแอดมินและผู้ร่วมขบวนการหลายรายแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการจัดหาบัญชีม้าเพื่อใช้หลอกลวงผู้เสียหายเกี่ยวกับการฉ้อโกงออนไลน์ โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการไปแล้วกว่า 21 ราย

กระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.2 บก.ป. ได้ทำการสืบสวนติดตาม น.ส.บี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 487/2569 ลงวันที่ 27 มกราคม 2569 ในฐานความผิด มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, เป็นอั้งยี่, เป็นซ่องโจร, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือให้ข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด จะมาปรากฏตัวบริเวณหน้าบ้าน หมู่ 11 ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ เมื่อเดินทางไปถึงบริเวณดังกล่าว

พบหญิงไทยลักษณะคล้าย น.ส.บี จริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตัวและแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาตรวจดู ซึ่ง น.ส.บี ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริงและยังไม่เคยถูกจับในหมายนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งสิทธิ์ตามกฎหมาย และนำตัวผู้ถูกจับ ส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ให้ข้อมูลว่าตนทำหน้าที่ย้ายแอปพลิเคชันธนาคารจากเครื่องของคนไทยที่โดนหลอกลวง มาไว้ในเครื่องที่จะใช้ในการทำงาน

ทั้งนี้หากผู้เสียหายรายใดไม่ยอมให้ความร่วมมือ ก็จะถูกทำร้ายร่างกายจนกว่าจะยินยอม โดยมีหัวหน้าใหญ่สุด ในออฟฟิศดังกล่าวเป็นชาวจีน ภายในสำนักงานหรือที่เรียกกันว่าออฟฟิศมีชาวไทยหลายคนที่ทำงานอยู่ด้วย ทั้งเต็มใจทำงานและโดนหลอกไปทำงาน ภายในประเทศกัมพูชา เตือนภัย ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพในรูปแบบ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ และขบวนการรับซื้อ - ขาย หรือจัดหาบัญชีม้า ซึ่งในปัจจุบันมีการทำงานเป็นองค์กรอาชญากรรม มีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน รวมถึงพฤติการณ์รุนแรง เช่น การบังคับขู่เข็ญ ทรมาน และทำร้ายร่างกายเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลบัญชีหรือแอปพลิเคชันธนาคาร หากมีเบาะแสสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป และการเปิดบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่นใช้ยังเป็นการสนับสนุนขบวนการสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นการกระทำผิดที่ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ