วันที่ 4 มิถุนายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ภายใต้ การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน., พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.6 บก.รน., พ.ต.ท.ศรัณย์วิทย์ ฐีระเวช รอง ผกก.6 บก.รน. เจ้าหน้าที่ นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.วสุ บัวจีน สว.ส.รน.1 กก.6 บก.รน. พร้อมด้วย ข้าราชการตำรวจ ชุดสืบสวน ส.รน.1 กก.6 บก.รน.

ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดชุมพร ที่ 132/2569 คดีหมายเลขดำที่ อ1120/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อ335/2569 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กระทำความผิดฐาน กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ พาผู้อื่นไปเพื่ออนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือใช้วิธีข่มขืนในด้วยประการใด ๆ สถานที่ สถานีรถไฟ ต.ท่าตะเภา อ.เมือง จ.ชุมพร

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สืบทราบว่า นายเอ ผู้ต้องหา ได้ย้ายไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ และจากการสืบสวนหาข่าวทราบว่า นายกิตติศักดิ์ฯ ได้ซื้อตั๋วโดยสารเพื่อจะเดินทางโดยรถไฟ ออกเดินทางจากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ส่งกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบนายกิตติศักดิ์ฯ เดินอยู่ริมชานชาลาจึงได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งนายเอ ไม่ได้แสดงท่าทีขัดขืน ได้แสดงหมายจับ และทำการจับกุมดังกล่าว

จากการสอบถามข้อมูล ทราบว่า ในคดีดังกล่าว ผู้ต้องหาได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่งผ่านช่องทาง IG ทราบข้อมูลว่าทำงานเป็นผู้ช่วยเภสัชกร อายุ 28 ปี อยู่จังหวัดภูเก็ต หลังจากพูดคุยผ่าน IG อยู่ประมาณ 3 เดือน จึงนัดพบกัน โดยฝ่ายชายนัดเจอผู้หญิงที่จังหวัดชุมพร วันเกิดเหตุพี่สาวของผู้หญิงคนดังกล่าวได้ขับรถไปส่งผู้เสียหายที่บริเวณศาลหลักเมืองชุมพร ผู้ต้องหามารับตัวผู้หญิงเข้าไปที่บ้านพัก หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไป ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่มีความสัมพันธ์กัน และต่อมาทราบว่าฝ่ายหญิงได้แจ้งความที่ สภ.เมืองชุมพร ให้ดำเนินคดี กับผู้ต้องหา ว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมตำรวจน้ำชุมพรได้นำตัวส่งศาลจังหวัดชุมพร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
