จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในตัวเมืองจังหวัดนครนายก ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ที่พนักงานสาวทอนเงินผิดพลาดให้กับลูกค้าสูงวัย จนนำไปสู่การติดตามหาตัวและเกิดเป็นประเด็นถกเถียงในสังคมออนไลน์
รายละเอียดของเหตุการณ์เผยให้เห็นภาพลูกค้าสูงวัยคู่หนึ่งเข้ามาซื้อสินค้าที่ร้านสะดวกซื้อ โดยได้ชำระเงินด้วยธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท สำหรับยอดรวมสินค้า 765 บาท พนักงานสาวได้ทอนเงินจำนวน 235 บาทให้แก่คุณป้า แต่คุณป้ายังคงยืนกรานว่าได้รับเงินทอนไม่ครบถ้วนและยังขาดอยู่ 500 บาท ด้วยความเข้าใจผิด พนักงานสาวจึงได้หยิบธนบัตร 500 บาทเพิ่มให้ไปอีก ส่งผลให้เกิดการทอนเงินเกินไป 500 บาท
จากการสอบถาม นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี พนักงานสาวผู้เกี่ยวข้อง ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ คุณลุงและคุณป้าได้เข้ามาซื้อของที่ร้าน และขณะคิดเงิน คุณป้าได้ชำระด้วยธนบัตร 1,000 บาท โดยมีราคาสินค้ารวมประมาณ 700 กว่าบาท ตนจึงทอนเงินไป 200 กว่าบาท แต่คุณป้ายังคงยืนยันว่าทอนผิดและยังขาดอีก 500 บาท ด้วยความเข้าใจว่ายอดซื้อคือ 700 กว่าบาท ตนจึงทอนเพิ่มไปอีก 500 บาท ทำให้เกิดการทอนเงินเกินไป มารู้ตัวอีกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนกะ จึงได้ขอความช่วยเหลือจากผู้จัดการร้านให้นำคลิปวิดีโอและภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดส่งให้เพจดังช่วยโพสต์ตามหาบุคคลในภาพ
ภายหลังการโพสต์ของเพจดัง ลูกหลานของคุณลุงได้เห็นโพสต์ดังกล่าวและพาทั้งคุณลุงและคุณป้ากลับมาคืนเงิน อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเดินทางมาคืนเงิน คุณลุงได้แสดงความไม่พอใจและต่อว่าทางร้านที่ไม่ควรนำภาพของตนไปเผยแพร่ ทางพนักงานสาวได้กล่าวขอโทษและพยายามอธิบายว่าไม่มีเจตนาทำให้คุณลุงและคุณป้าเสื่อมเสีย แต่คุณลุงก็ยังคงไม่รับฟัง
นอกจากนี้ นางสาวเอ (นามสมมติ) ยังระบุว่า ตนได้แชทไปแจ้งเพจดังว่าได้รับเงินคืนแล้ว และชี้แจงว่าผู้ที่หยิบเงินทอนเกินไปคือคุณป้า ไม่ใช่คุณลุง เนื่องจากทางเพจดังได้โพสต์ภาพคุณลุงเพียงคนเดียว ซึ่งทางเพจดังได้แสดงความไม่พอใจและระบุว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลือในการโพสต์ข้อมูลใดๆ อีกในอนาคต พร้อมแนะนำให้ทางร้านรับผิดชอบกันเองในเรื่องเงินทอน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียใจให้กับนางสาวเสาวลักษณ์เป็นอย่างมาก โดยเธอกล่าวว่าไม่โทษใครนอกจากตนเองที่ไม่รอบคอบ
ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดนครนายก รายงาน