ตึงจัด! จเร ตร. ประกาศสั่งตำรวจ ทุกสถานีทั่วไทย
ตึงจัด! จเร ตร. ประกาศสั่งตำรวจ ทุกสถานีทั่วไทย
ข่าวสังคม - โซเชียล

ตึงจัด! จเร ตร. ประกาศสั่งตำรวจ ทุกสถานีทั่วไทย

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิบัติต่อบุคคลพ้นโทษว่า พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 17 การควบคุมอาชญากรบางประเภท บทที่ 2 ว่าด้วยการทำบัตรประวัติคนพ้นโทษและการรายงานพฤติการณ์ รวมถึงให้เป็นไปตามนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเคร่งครัด

สำหรับแนวทางปฏิบัติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับสถานีตำรวจทุกแห่งให้ตรวจสอบข้อมูลบุคคลพ้นโทษที่จะเดินทางเข้ามาพำนักในพื้นที่รับผิดชอบภายหลังได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ ผ่านระบบ CRIMES ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมราชทัณฑ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลประกอบการติดตามและเฝ้าระวังอย่างถูกต้อง

จากนั้นให้นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการบันทึกและรายงานพฤติการณ์ของบุคคลพ้นโทษผ่านแอปพลิเคชัน Police 4.0 พร้อมจัดทำบัญชีบุคคลพักการลงโทษ บุคคลพ้นโทษ และผู้ร้ายท้องถิ่น เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับวิเคราะห์รูปแบบและแนวทางการป้องกันอาชญากรรมในแต่ละพื้นที่

ขณะเดียวกัน แต่ละสถานีตำรวจต้องมอบหมายเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามสังเกตพฤติการณ์และความเคลื่อนไหวของบุคคลตามบัญชีดังกล่าว ก่อนรายงานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบตามแบบที่กำหนด โดยหัวหน้าสถานีตำรวจต้องประชุมติดตามสถานการณ์และพฤติการณ์ของบุคคลเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตรวจสอบและกำกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า นอกจากมาตรการในระดับสถานีตำรวจแล้ว ยังมีการสั่งการให้ กองทะเบียนประวัติอาชญากร และ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลบุคคลพ้นโทษกับกรมราชทัณฑ์ให้เป็นปัจจุบัน โดยเมื่อได้รับข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์แล้ว จะต้องนำข้อมูลเข้าสู่ระบบสืบค้นของ CRIMES โดยทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและเป็นปัจจุบัน

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้จเรตำรวจให้ความสำคัญกับการดำเนินการดังกล่าว และตรวจสอบการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจทุกแห่งให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีการตรวจราชการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำว่า หากผู้บังคับบัญชาปล่อยปละละเลย ไม่ดำเนินการตามแนวทางที่กำหนด หรือดำเนินการล่าช้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร จนส่งผลให้เกิดความเสียหาย จะถือว่าเป็นความบกพร่องต่อหน้าที่ และต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติงานดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ