เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (บก.ภ.จว.นครพนม) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ (รอง จตช.) และ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เดินทางตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบรางวัล โฆษกยกนิ้ว ให้กับ ดาบตำรวจนิรุตต์ เจริญสุข ผบ.หมู่งานจราจร สภ.เมืองนครพนม พร้อมติดตามความคืบหน้าคดีทนายเมาแล้วขับและขัดขวางเจ้าพนักงาน

โดย พ.ต.อ.อิทธิศักดิ์ สัจจทวีวสิน รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม ได้รายงานพฤติการแห่งคดี ว่า เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 68 มีการจัดงานรดน้ำดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ซึ่งมีชายคนหนึ่งอ้างว่าเป็นทนายความก็ไปร่วมด้วย ซึ่งเวลาประมาณ 22.00 น. ทางทนายความได้ขับรถยนต์เก๋ง เพื่อมุ่งหน้าไปทาง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จังหวะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้ตั้งจุดตรวจที่ตู้ยามธรรมจารี ซึ่งเป็นทั้งจุดคัดกรองและกวดขันวินัยจราจร มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ส่วนอีกสองจุดจะเป็นจุดบริการประชาชน

เมื่อเห็นรถคันดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วจึงเรียกตรวจ พบผู้ขับขี่น่าจะมีอาการเมาสุรา เพราะได้กลิ่นแอลกอฮอล์ เบื้องต้นได้ขอตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ จึงเชิญชายดังกล่าวไปที่เต็นท์ เพื่อทำการตรวจรายละเอียด ตำรวจนายแรกขอตรวจถึง 2 ครั้ง ชายที่อ้างเป็นทนายก็ไม่ให้ความร่วมมือ จึงได้เรียก ด.ต.นิรุตต์ เจริญสุข ให้มาทำหน้าที่โดยได้แจ้งหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้ทราบแล้ว หากไม่ยอมให้เป่ากฎหมายสันนิษฐานว่าเป็นการเมาแล้วขับ ซึ่งก็ให้โอกาส 2 ครั้งก็ไม่ให้ความร่วมมือ

ด้าน ด.ต.นิรุตต์ฯ จึงบอกว่า จะต้องดำเนินการจับกุมและพันธนาการ ทำให้ชายดังกล่าวเกิดความโมโหลุกขึ้น พยายามใช้มือดึงตัวของดาบนิรุตต์ พร้อมข่มขู่ว่าจะย้าย ด.ต.นิรุต์เพราะใหญ่กว่านี้ก็ย้ายมาแล้ว ทั้งได้โทรศัพท์เรียกนักข่าวมาทำข่าวด้วย ระหว่างนั้นได้เดินข้ามไปบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ท้ายเมือง ซึ่งเจ้าของบ้านได้ออกมาขอโทษตำรวจ พร้อมบอกว่าทนายเมาแล้ว จากนั้นทนายก็เดินหลบหายไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจึงไปแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาต่อสู้ขัดขวางและข่มขืนใจเจ้าพนักงาน ขับขี่รถในขณะเมาสุรา และขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช. โฆษก ตร. เปิดเผยว่า วันนี้ได้มามอบรางวัลให้กับตำรวจที่มีการประชาสัมพันธ์ หรือมีภาพพจน์ที่สื่อออกไปให้สังคม ได้รับทราบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำหรับผู้ที่สร้างสรรค์ภาพลักษณ์ดีๆเช่นนี้ ก็จะมีรางวัลให้ ชื่อว่ารางวัล โฆษกยกนิ้ว เนื่องจาก ด.ต.นิรุตต์สืบเนื่องจากการปฏิบัติงาน ซึ่งได้พบเห็นเป็นคลิปวีดีโอการทำงานของดาบนิรุตต์แพร่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น จากคลิปวีดีโอจะเห็นว่า มีลักษณะของการที่อาจจะปฏิเสธการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการขอถ่ายป้ายชื่อ ดาบนิรุตต์ก็ยินยอมให้ถ่าย หรือจะเข้ามาจับเสื้อท่านก็แค่ปัดป้อง เพื่อไม่ให้มาดึงเสื้อ แต่ไม่มีการทำอะไรที่รุนแรง หรือการพูดจาที่หยาบคายเลย เป็นไปตามอุดมคติตำรวจว่าต้องไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก

ขณะเดียวกันทางด้านทนายความคู่กรณี อ้างว่าได้เป่าแอลกอฮอล์ตามคำสั่งเจ้าหน้าที่จราจรไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ยอมเป่ารอบที่สาม จึงมารับทราบข้อกล่าวหา และให้การปฏิเสธต่อสู้คดีตามกระบวนการ ทนายยังอ้างว่าเจ้าพนักงานจราจรจะไม่มีอำนาจสั่งให้ทดสอบ ซึ่งเป็นไปตาม พรบ.จราจร ทางบก มาตรา 142 วรรค 1 และ วรรค 2 ซึ่งเจ้าพนักงานจราจรน่าจะรู้ดี เครื่องเป่าหรือเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์นั้น ปกติแล้วตามหลักเกณฑ์หรือของสาธารณสุข 1. จะต้องเป็นครุภัณฑ์ของทางราชการ และ 2. จะต้องผ่านการสอบเทียบ แต่เจ้าพนักงานจราจรไม่ได้นำหลักฐานผ่านการสอบเทียบมาแสดง ที่สำคัญเจ้าพนักงานจราจรไม่ได้เปลี่ยนหลอดสำหรับเป่าต่อหน้า พร้อมกันนี้ตนยังได้ฟ้องตำรวจ จำนวน 4 นาย ตั้งแต่ดาบตำรวจถึงนายพล
ภาพ, ข่าว พงศ์สุคนธ์ คุณธรรมมงคล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนม รายงาน