วันที่ 20 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่หมู่บ้านธรรมราช หมู่ที่ 2 ตำบลสะกาด อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ หลังพายุฟดูร้อนพัดถล่มอย่างหนัก เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวานนี้ (19 เมษายน 2569) ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยพบว่า เจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนในอำเภอสังขะ รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เร่งลงพื้นที่เข้าดำเนินการสำรวจความเสียหาย พร้อมให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่ามีบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย รวมกว่า 31 หลังคาเรือน โดยส่วนใหญ่เป็นหลังคาบ้านถูกแรงลมพัดปลิวหลุด นอกจากนี้ยังมียุ้งฉางข้าวและคอกสัตว์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยผู้ได้รับผลกระทบ ต้องอาศัยญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านหลับนอนบางส่วน ระหว่างรอ จนท.ซ่อมแซมหลังคาจนแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการอย่างทั่วถึง พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีความเสี่ยงเกิดพายุฤดูร้อนซ้ำได้อีก

ด้านนางคำพอง ยูนาน อายุ 51 ปี (เสื้อชมพู) อยู่บ้านเลขที่ 20/1 บ้านธรรมราช หมู่ที่ 2 ตำบลสะกาด อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ ชาวบ้านบ้านธรรมราช เล่าว่า ขณะเกิดเหตุมีสมาชิกในครอบครัวอยู่ภายในบ้านรวม 5 คน กำลังเตรียมรับประทานอาหาร ได้ยินเสียงลมพัดรุนแรงจึงรีบหลบเข้าภายในบ้าน โดยบ้านได้รับความเสียหาย หลังคาบ้านและยุ้งข้าวถูกพัดพังเสียหายทั้งหมด
ขณะที่นายมานิต บุญจิต อายุ 37 ปี (เสื้อยืดช้าง ขาวเขียว) อยู่บ้านเลขที่ 66/1 บ้านธรรมราชหมู่ 2 ตำบลสะกาด อำเภอสังขะจังหวัดสุรินทร์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนกำลังหว่านแหอยู่ที่นา มีคนไปตามแจ้งว่าลมพายุพัดบ้านพังทั้งหลัง เมื่อกลับมาถึงพบว่าบ้านถูกพัดเสียหายอย่างหนัก เพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่ อบต. ได้เข้าช่วยเหลือเก็บซากบ้านในเบื้องต้น

ส่วนยายหงส์ พานจันทร์ อายุ 64 ปี (เสื้อลายหลากสี) อยู่บ้านเลขที่ 95 บ้านธรรมราชหมู่ 2 ตำบลสะกาด อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ขณะอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงดังสนั่นก่อนที่บ้านฝั่งตรงข้ามจะถูกลมพัดลอยมาทับ ทำให้เกิดความตกใจอย่างมาก ไม่กล้าออกจากห้อง เนื่องจากเกรงอันตรายจากลมพายุที่ยังพัดกระหน่ำอย่างต่อเนื่อง
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่อย่างหนัก เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานยังคงเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นซ้ำในระยะนี้
ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดสุรินทร์ รายงาน