วันที่ 22 ก.ค. 2569 พันเอก ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี นายหมวดเอกธรรศ ศรีดุษฎี ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายเป็นหญิง อายุ 39 ปี ชาว อ.สามชุก จ.สพรรณบุรี ว่ารู้จักกับพระระดับเจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาส ในพื้นที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี กระทั่งคบหากับจนมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมานานแล้ว เริ่มจากฝ่ายหญิงได้มาทำบุญที่วัด กระทั่งได้รู้จักกับพระรูปนี้ และได้มีการติอต่อผ่านเฟซบุ๊ก ทางไลน์และวิดีโอคอล
ซึ่งช่วงแรก ๆ มีการพูดคูยกันตามปกติ จากนั้นพัฒนาการพูดคุยกันในลักษณะเรื่องชู้สาวและเรื่องทางเพศ ต่อมาได้ติดต่อกันผ่านเฟซบุ๊ก และวิดีโอคอล โดยพระได้มีการส่งภาพอวัยวะเพศมาให้ฝ่ายหญิงทางไลน์และวิดีโอคอล ซึ่งได้การติดต่อคบหากันมาตั้งแต่ประมาณ เดือนตุลาคม 2561

จากนั้น ได้ติดต่อกันทางเฟซบุ๊ก มาประมาณ 4 ปีก่อน จึงได้มีการนัดเจอกันตามลำพังครั้งแรกเมื่อประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา โดยต่อมาฝ่ายหญิงได้ขับรถยนต์มาเจอกับพระกันในรถยนต์บนถนนหน้าวัด จากนั้นได้ติดต่อคบหากันมาระยะหนึ่ง จึงได้มามีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งกัน ตามรีสอร์ตและโรงแรมในพื้นที่ อ.สามชุกและ อ.เดิมบางนางบวช ที่ผ่านมาไม่เคยเรียกร้องเงินทอง และพระเองก็ไม่เคยซัพพอร์ตให้ทรัพย์สินเงินทองด้วย
ส่วนสาเหตุที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวนี้ เพราะว่ารู้สึกผิดกับพฤติกรรมของตัวเองและของพระ ที่ทั้งสองฝ่ายกระทำพฤติกรรมไม่ดีต่อศาสนาและสังคม และที่สำคัญกลัวพระจะมาทำร้าย เนื่องจากเคยถูกข่มขู่ ทางพระบอกว่ามีอาวุธปืน เลยกลัวเรื่องความปลอดภัย จะเข้าวัดมาทำบุญก็ต้องเจอหน้ากัน ตอนนี้ต้องการให้พระรูปนี้สึกออกไปจากวัดเท่านั้น ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ส่วนหลักฐานมีทั้ง รูปภาพ คลิปเสียง วีดีโอคอล

โดยฝ่ายหญิงรายนี้ เล่าว่า พระรูปนี้ปกติอยู่วัดก็จะปฏิบัติภารกิจของสงฆ์ตามปกติ แต่พระรูปนี้จะดื่มเหล้า ชาวบ้านไม่มีใครทราบ สำหรับพฤติกรรมการไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันนั้น ทางฝ่ายหญิงจะขับรถยนต์มารับพระที่วัด ช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.ไปมีความสัมพันธ์กันที่โรงแรม และจะขับรถกลับเข้ามาส่งพระที่วัดเวลาประมาณ 04.00.น. โดยใช้เวลายามวิกาลปลอดคน เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวบ้านได้พบเห็นพฤติกรรมพระรูปนี้ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีความสัมพันธ์กับพระรูปนี้ที่โรงแรมมาแล้วประมาณ 10 ครั้งแล้ว

หลังจากได้รับการร้องเรียน นายหมวดเอกธรรศ ศรีดุษฎี ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดสุพรรณบุรี นำกำลังฝ่ายปกครองจังหวัดสุพรรณบุรี และกำลังทหาร กอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี ไปตรวจสอบที่วัดแห่งหนึ่ง อ.สามชุก เพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริงจาก เจ้าคณะตำบลและเจ้าอาวาส ที่ถูกกล่าวหา แต่ไม่พบตัว และไม่พบพระลูกวัด ต่อมาเจ้าหน้าที่พบกับคนขับรถของเจ้าอาวาส ถึงกับมือไม้สั่นเมื่อพบเจ้าหน้าที่ ซึ่งคนขับรถวัด บอกว่าไม่ทราบว่า เจ้าอาวาส ออกไปไหน กับใคร แต่รถยนต์ 2 คัน เบนซ์และรถยนต์ฮอนด้า CRC ของเจ้าอาวาสยังจอดอยู่

ด้านผู้ช่วยเจ้าอาวาส และเลขาเจ้าคณะตำบล เปิดเผยว่า ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน และไม่ทราบว่าเจ้าคณะตำบลและเจ้าอาวาส ออกไปไหนเมื่อไรไม่มีใครทราบ ปกติเจ้าอาวาส ไปไหนมาไหนก็ไม่เคยบอกใครด้วย ซึ่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส บอกว่าหากมีหลักฐานตามที่ถูกกล่าวหา คงจะต้องให้ทางเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ทำการสึกให้
อย่างไรก็ตาม หากพบตัวเจ้าคณะตำบลและเจ้าอาวาส อาจจะต้องให้พระผู้ใหญ่ตั้งคณะกรรมตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน เนื่องจากพระที่ถูกกล่าวหาเป็นพระตำแหน่งระดับเจ้าคณะตำบลและเจ้าอาวาส ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะได้สืบสวนติดตามตัว ทางเจ้าคณะตำบลและเจ้าอาสอาวาส ที่ถูกกล่าวหามาสอบถามข้อเท็จจริงก่อน เพื่อจะได้ดำเนินการของกฎระเบียบข้อบังคับของสงฆ์ต่อไป