เมื่อวันที่ 19 เมษายน 259 ตามรายงานของ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 จ.พิษณุโลก ระบุว่า จากกรณีการจับกุมชายวัย 22 ปี ผู้ต้องหาลอบเผาป่าในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ บริเวณแนวเขตป่าแก่งหาดอ้อย ต.ท่าสะแก อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้หลายฝ่ายต่างตั้งข้อสงสัยถึงแรงจูงใจในการกระทำความผิดในครั้งนี้
ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 09.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ กำลังออกลาดตระเวนเชิงรุกเพื่อตรวจปราบปรามการกระทำผิดว่าด้วยการป่าไม้และเฝ้าระวังไฟป่า ได้ตรวจพบชายน่าสงสัย 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายมทินา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ชาวตำบลท่าสะแก อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก กำลังแสดงพฤติการณ์ในลักษณะจุดไฟเผาป่า บริเวณแนวเขตป่าแก่งหาดอ้อย หมู่ที่ 2 ตำบลท่าสะแก จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งอยู่ในเขตรับผิดชอบของอุทยานฯ จากการเข้าประชิดตัวและตรวจค้นพบของกลางเป็นไฟแช็กจำนวน 1 อัน
โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ลงมือจุดไฟเผาป่าในพื้นที่ดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานร่วมกับกำนันตำบลท่าสะแก ผู้ใหญ่บ้าน และปลัดอำเภอชาติตระการ เพื่อควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชาติตระการ ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ล่าสุด จากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกชาติตระการ และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมของอุทยานฯ ซึ่งเป็นผู้นำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชาติตระการ ได้ให้ข้อมูลถึงสาเหตุที่น่าตกใจว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เหตุผลที่ลงมือจุดไฟเผาป่านั้น เพียงเพราะต้องการความสนุกสนานและเกิดจากความคึกคะนอง เนื่องจากไม่รู้จะทำอะไร จึงตั้งใจไล่จุดไฟเพื่อให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไล่ดับไฟ
ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงการขาดจิตสำนึกและความคึกคะนองที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อทรัพยากรธรรมชาติ เพียงเพื่อตอบสนองความสนุกส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหายังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.ชาติตระการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป