คุมประพฤติเมาแล้วขับพุ่ง 3,076 คดี! สงกรานต์ 2569 เปิดจังหวัดทะยานขึ้นอันดับ 1
ข่าวสังคม - โซเชียล

คุมประพฤติเมาแล้วขับพุ่ง 3,076 คดี! สงกรานต์ 2569 เปิดจังหวัดทะยานขึ้นอันดับ 1

วันนี้ (14 เมษายน 2569) ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยผลการติดตามสถานการณ์คดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ว่า ในวันที่ 13 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของ การดำเนินมาตรการควบคุมเข้มข้น พบว่ามีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ รวมทั้งสิ้น 1,544 คดี   แบ่งออกเป็น คดีขับรถในขณะเมาสุรา จำนวน 1,463 คดี คิดเป็นร้อยละ  94.7 คดีขับรถประมาท จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1 คดีขับเสพ จำนวน 79 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.1 และคดีขับซิ่ง จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ  0.1

ขณะที่ยอดคดีสะสมตลอด 4 วัน (10 – 13 เมษายน  2569) จำนวนรวมทั้งสิ้น 3,294 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 3,076 คดี คิดเป็นร้อยละ 93.4 คดีขับรถประมาท จำนวน 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1 คดีขับเสพ จำนวน 213 คดี คิดเป็นร้อยละ 6.47 และคดีขับซิ่ง จำนวน 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.03

สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 317 คดี   2. จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 276 คดี และ จังหวัดนนทบุรี จำนวน 266 คดี

อธิบดีกรมคุมประพฤติกล่าวว่า กรมคุมประพฤติให้ความสำคัญกับการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดและการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน จึงมีมาตรการเชิงรุก โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมรณรงค์ภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และ “คุมประพฤติร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน” อย่างต่อเนื่อง  พร้อมทั้งนำผู้ถูกคุมความประพฤติเข้าร่วมทำงานบริการสังคมในจุดบริการประชาชน จำนวน 9 จุด มีผู้เข้าร่วม 345 ราย รวมถึงกิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ จำนวน 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 13 ราย และการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจรและโทษภัยของแอลกอฮอล์ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้กระทำผิด ให้ตระหนักถึงผลกระทบต่อสังคม จำนวน 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 23 ราย

“กรมคุมประพฤติไม่เพียงแค่ดูแลผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการคืนคนดีสู่สังคม โดยสร้างโอกาสให้บุคคลเหล่านี้ได้มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์แก่สังคม เปลี่ยนบทบาทจากผู้กระทำผิดเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน และร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวทิ้งท้าย