เกิดอะไรขึ้น! กรมการขนส่งทางราง แจงแล้ว กรณีมีเสียงกรีดร้องบนขบวนรถไฟฟ้า
ข่าวสังคม - โซเชียล

เกิดอะไรขึ้น! กรมการขนส่งทางราง แจงแล้ว กรณีมีเสียงกรีดร้องบนขบวนรถไฟฟ้า

วันที่ 8 เมษายน 2569 นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. กรมการขนส่งทางรางได้รับทราบจากสื่อสังคมออนไลน์ (ผู้ใช้งาน Tiktok) ว่า ในช่วงเวลาประมาณ 14.30 น. มีผู้โดยสารนั่งรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ระหว่างสถานีรังสิต-ดอนเมือง ได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องจากห้องคนขับ จนกระทั่งมีผู้โดยสารทนไม่ไหวพยายามเคาะประตูห้องคนขับ เสียงดังกล่าวจึงหายไป

หลังจากได้รับทราบ กรมการขนส่งทางรางได้ประสานผู้บริหารบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงทันที เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพนักงานขับรถไฟฟ้าหญิงกรีดร้องขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมแจ้งระงับการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าผลการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ

การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าพนักงานขับรถไฟฟ้าหญิงปฏิบัติหน้าที่วันที่ 7 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 07.00 ถึง 15.00 น. ขบวนรถที่เกิดเหตุดังกล่าวเป็นเที่ยววิ่งสุดท้ายของวัน ขบวนรถออกจากสถานีรังสิตเวลา 14.30 น. มุ่งหน้าสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ระหว่างทางพนักงานกรีดร้องเป็นระยะจนถึงสถานีดอนเมือง คาดว่ามีปัญหาส่วนตัวและความเครียดสะสม แต่พนักงานยังปฏิบัติหน้าที่จนถึงปลายทาง

จากข้อมูลการจัดทำร่างกฎกระทรวงว่าด้วยคุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ พ.ศ. พบว่าพนักงานขับรถไฟฟ้าของ รฟฟท. ไม่ได้มีการตรวจประเมินภาวะสุขภาพจิตก่อนเข้าทำงาน แต่ก่อนปฏิบัติหน้าที่ ทางบริษัทได้ตรวจความพร้อมของพนักงานทุกคนแล้ว

พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 99 ระบุว่า เมื่อปรากฏว่าผู้ประจำหน้าที่คนใดหย่อนคุณสมบัติตามมาตรา 96 (4) เกี่ยวกับสุขภาพร่างกาย หรือความรู้หรือความสามารถ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานให้อธิบดีทราบโดยเร็ว หากอธิบดีเห็นว่ามีเหตุดังกล่าว ให้มีอำนาจสั่งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตสั่งให้ผู้ประจำหน้าที่นั้นเข้ารับการทดสอบโดยการตรวจทางการแพทย์ หรือเข้ารับการทดสอบความรู้ความสามารถทางทฤษฎีหรือทางปฏิบัติ ในระหว่างเวลาดังกล่าว ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดผู้ประจำหน้าที่ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทนเป็นการชั่วคราว ในกรณีเป็นเรื่องทางสุขภาพร่างกาย ห้ามมิให้ผู้ประจำหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างมีอาการเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บซึ่งอาจกระทำให้เสื่อมสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าที่ หากผลการตรวจสุขภาพระบุว่าผู้ประจำหน้าที่นั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ประจำอยู่ ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตเปลี่ยนผู้ประจำหน้าที่อื่นเพื่อปฏิบัติหน้าที่นั้นต่อไปโดยเร็ว

นายพิเชฐกล่าวปิดท้ายว่า เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประจำหน้าที่ ซึ่งอาจกระทบผู้โดยสาร ผู้ปฏิบัติงาน และบุคคลอื่นในการใช้บริการระบบขนส่งทางราง จึงมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางรางทบทวนการออกใบอนุญาตขับรถไฟฟ้าสำหรับพนักงานรายดังกล่าว และได้มีหนังสือถึง รฟฟท. ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำชับเรื่องการตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถไฟฟ้า ทั้งด้านสุขภาพกายและจิต พร้อมรายงานผลให้ ขร. ทราบต่อไป