วันที่ 7 เมษายน 2569 โค้ชเชษฐ์ โค้ชนัตตี้ พร้อมทีมทนายความ เดินทางยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีถูกบริษัท เฮอร์บาไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย โดยเรียกค่าเสียหายรวมกว่า 1,100 ล้านบาท
เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สคบ. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ทีมทนายความนำโดยนายยศกร เหล่า โชติธน พร้อมโค้ชเชษฐ์ และโค้ชนัตตี้ เข้ายื่นหนังสือต่อกองขายตรงและตลาดแบบตรง เพื่อให้ตรวจสอบความเป็นธรรมของการเลิกสัญญา ซึ่งผู้ร้องเรียนระบุว่าเป็นการยกเลิกสัญญาโดยไม่เป็นธรรม และส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างรุนแรง

ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทเกิดจากการที่บริษัทอ้างเหตุผลเรื่องการฝ่าฝืนกฎระเบียบขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อนำมาใช้ยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย ขณะที่ฝ่ายผู้ร้องเรียนยืนยันว่า การขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นการดำเนินงานที่เปิดเผย และได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารระดับสูงมาโดยตลอด
โดยข้อร้องเรียนที่ยื่นต่อ สคบ. มี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. การเลิกสัญญาที่ถูกมองว่าไม่สุจริต
ผู้ร้องเรียนระบุว่า ตลอดระยะเวลากว่า 26 ปีในการสร้างเครือข่ายธุรกิจจนเติบโตระดับแถวหน้าของประเทศ การขายออนไลน์ไม่ใช่การกระทำโดยพลการ แต่เป็นแนวปฏิบัติที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและเปิดเผย การนำเหตุผลดังกล่าวมาใช้ยกเลิกสัญญาภายหลัง จึงถูกมองว่าเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และขัดต่อพฤติการณ์ทางการค้าที่ปฏิบัติกันมายาวนาน
2. ปมมาตรฐานสองมาตรฐาน กีดกันตัวแทนเพื่อขายเอง
ฝ่ายผู้ร้องเรียนตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทลงโทษตัวแทนจำหน่ายจากการขายสินค้าออนไลน์ แต่ในขณะเดียวกันกลับดำเนินการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วยตนเอง จึงเกิดข้อสงสัยว่าเป็นการใช้อำนาจเหนือสัญญาเพื่อกีดกันตัวแทนออกจากตลาด และดึงผลกำไรกลับสู่บริษัทเพียงฝ่ายเดียวหรือไม่

3. ขอให้ตรวจสอบข้อสัญญาและคู่มือผู้จำหน่าย
ทนายความได้ร้องขอให้ สคบ. ตรวจสอบคู่มือผู้จำหน่าย (Distributor Handbook) และเงื่อนไขสัญญาที่บริษัทกำหนดขึ้นฝ่ายเดียว ว่าเข้าข่ายเอารัดเอาเปรียบหรือขัดต่อ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง รวมถึง พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่าข้อสัญญามีลักษณะรัดกุมจนตัวแทนจำหน่ายแทบไม่มีอำนาจต่อรอง
สำหรับการเรียกค่าเสียหายจำนวน 1,100 ล้านบาท ผู้ร้องเรียนระบุว่าคำนวณจากมูลค่าทางธุรกิจที่สูญเสีย รายได้จากเครือข่ายที่สร้างมานานเกือบ 30 ปี รวมถึงความเสียหายต่อชื่อเสียงและแบรนด์ WellnessIdol ที่ทั้งสองร่วมสร้างขึ้น โดยระบุว่า เราไม่ได้สู้เพื่อเงินเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องการสร้างบรรทัดฐานให้แก่ตัวแทนจำหน่ายทุกคนที่ทำงานด้วยใจสุจริต ไม่ควรมีใครถูกบริษัทใหญ่รังแกหรือฉีกสัญญาเพียงเพื่อประโยชน์ทางการค้าที่เปลี่ยนไป
กรณีดังกล่าวได้รับความสนใจจากแวดวงธุรกิจขายตรงทั่วประเทศ เนื่องจากผลการพิจารณาของ สคบ. อาจส่งผลต่อแนวทางการกำหนดสัญญาในธุรกิจ MLM ทั้งระบบ หากพบว่ามีเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม อาจนำไปสู่การปรับปรุงข้อสัญญาให้สอดคล้องกับยุคการค้าออนไลน์ที่กำลังกลายเป็นช่องทางหลักในปัจจุบัน

ขณะนี้ บริษัท เฮอร์บาไลฟ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังไม่มีการออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการ โดยหลังการยื่นหนังสือในวันนี้ จะต้องรอติดตามผลการตรวจสอบจากทาง สคบ. ต่อไป.