วันที่ 2 ก.ค. 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันมาตรการป้องกันการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการหรือเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 ซึ่งมีกำหนดจัดสอบในวันที่ 7 ธันวาคม 2568
นายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า มูลนิธิได้ติดตามปัญหาการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นมาตั้งแต่ปี 2566 และเคยยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเห็นว่าการสอบลักษณะดังกล่าวเป็นการคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่ภาครัฐ หากเกิดการทุจริตจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบราชการและความเชื่อมั่นของประชาชนในระยะยาว

สำหรับการสอบท้องถิ่นปี 2568 มีผู้สมัครสอบรวมทั้งสิ้น 438,277 คน แบ่งเป็นประเภทวิชาการ 296,830 คน ประเภททั่วไป 97,141 คน และตำแหน่งครูผู้ช่วย 44,306 คน โดยเปิดรับบรรจุรวม 6,669 อัตรา และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ พร้อมจัดสนามสอบและศูนย์ตรวจข้อสอบทั่วประเทศ
นายมงคลกิตติ์ กล่าวอ้างว่า จากข้อมูลที่เครือข่ายได้รับ พบว่าขบวนการทุจริตการสอบมีการเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือผู้สมัครสอบในราคาประมาณ 500,000-800,000 บาทต่อราย ขณะที่ค่านายหน้ามีมูลค่าประมาณ 100,000-200,000 บาทต่อราย และประเมินว่าอาจมีเม็ดเงินหมุนเวียนจากการทุจริตสูงถึงกว่า 5,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อกล่าวอ้างที่ต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ นายมงคลกิตติ์ยังอ้างว่า รูปแบบการทุจริตได้พัฒนาจากการส่งบุคคลเข้าสอบแทน การลักลอบส่งคำตอบจากภายนอก ไปจนถึงการเปลี่ยนกระดาษคำตอบก่อนเข้าสู่กระบวนการตรวจข้อสอบ พร้อมระบุว่าได้รับข้อมูลว่ามีการรวบรวมรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตจำนวนมาก จึงเห็นว่าควรมีมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดตั้งแต่วันสอบจนถึงขั้นตอนการตรวจข้อสอบ

พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนวทางป้องกันการทุจริตต่อ ป.ป.ช. จำนวน 3 ข้อ ได้แก่
1. ขอให้เปิดโอกาสให้อาสาสมัครจากมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริต จำนวน 300 คน เข้าสังเกตการณ์การรับกระดาษคำตอบ การตรวจนับจำนวนผู้เข้าสอบ การตรวจสอบลายเซ็น และขั้นตอนก่อนนำกระดาษคำตอบเข้าสู่เครื่องตรวจ เพื่อสร้างความโปร่งใสในทุกขั้นตอน
2. ขอให้ผู้เข้าสอบทุกคนสามารถถ่ายภาพหรือสำเนากระดาษคำตอบของตนเองได้ หลังส่งข้อสอบและได้รับการรับรองจากกรรมการคุมสอบ เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบในกรณีเกิดข้อสงสัยภายหลัง
3. ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเผยแพร่เฉลยข้อสอบภาค ก และภาค ข พร้อมระบุชุดข้อสอบผ่านเว็บไซต์ของกรมภายในวันที่ 8 ธันวาคม 2568 หรือวันถัดจากวันสอบ เพื่อให้ผู้เข้าสอบสามารถตรวจสอบคำตอบและประเมินคะแนนของตนเอง เปรียบเทียบกับผลสอบที่ประกาศในภายหลัง

นายมงคลกิตติระบุว่า ทั้ง 3 มาตรการดังกล่าวเป็นแนวทางเบื้องต้นที่สามารถดำเนินการได้ทันที และจะช่วยลดข้อครหาการทุจริต สร้างความโปร่งใส และเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ผู้สมัครสอบทั่วประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาและกำหนดมาตรการเฝ้าระวังอย่างจริงจัง เพื่อให้การสอบแข่งขันเป็นไปอย่างสุจริต ยุติธรรม และได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง