วันที่ 31 มีนาคม 2569 ผู้เสียหายกลุ่มเครือข่าย 8 จังหวัดทวงคืนเงินคนตาย ซึ่งประกอบด้วยผู้เสียหายจากจังหวัดเพชรบูรณ์ พิษณุโลก มหาสารคาม นครราชสีมา ระยอง อำนาจเจริญ อุดรธานี และศรีสะเกษ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีข้อสั่งการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาและทลายขบวนการทุจริตสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทั่วประเทศ โดยกลุ่มผู้ชุมนุม ได้ถือป้ายแสดงออกเชิงสัญลักษณ์มีข้อความเรียกร้องให้ คืนเงินกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ให้กับผู้เสียหาย
นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เปิดเผยว่า ผู้เสียหายเชื่อมาตลอดว่าการส่งเงินสมทบรายเดือนให้กองทุนดังกล่าว คือการออมเงินเพื่อเป็นหลักประกันค่าจัดการศพ แต่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หลายแห่งกลับบริหารงานคล้ายแชร์ลูกโซ่ เมื่อสมาคมประสบปัญหาขาดสภาพคล่องหรือมีการยักยอกเงินกองกลาง ทำให้ญาติผู้เสียชีวิตไม่ได้รับเงินตามสัญญา สมาชิกที่ส่งเงินมาทั้งชีวิตก็ถูกลอยแพ เมื่อมีผู้เสียหายไปร้องเรียน ผู้ร้องเรียนกลับถูกฟ้อง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนเหล่านี้ คือนักการเมืองบ้านใหญ่ในพื้นที่ ทำให้ที่ผ่านมาไม่สามารถตรวจสอบการทำงานได้ ในวันนี้จึงพาผู้เสียหายมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

สำหรับจำนวนผู้เสียหายในพื้นที่ 8 จังหวัดที่เข้าร้องเรียนพบมีสมาชิกที่อยู่ในความเสี่ยงและได้รับผลกระทบรวมกันกว่า 2,350,000 คน (2 ล้าน 3 แสน 5 หมื่นคน) มูลค่าความเสียหายตามที่แสดงหลักฐานได้แล้วไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท ในขณะที่มีวงเงินหมุนเวียนในระบบที่ตกอยู่ในความเสี่ยงสูงถึง 70,000 ล้านบาท (7หมื่นล้านบาท)

ด้านนายสมเจตนาคงวินัย สายบัวต่อ ตัวแทนผู้เสียหายจังหวัดอุดรธานี ระบุว่า ผู้เสียหายถูกทำให้หลงเชื่อ เข้าร่วมกองทุนผ่านพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 ซึ่งมอบอำนาจเด็ดขาดให้นายทะเบียนท้องถิ่น เช่น นายก อบต. และนายกเทศมนตรี มีหน้าที่กำกับดูแล แต่ในทางปฏิบัติกลับพบการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จนการทุจริตเกิดการทุจริตจนกองทุนล้มซึ่งผู้ที่เป็นผู้เสียหายก็เป็นกลุ่มชาวบ้านที่ไม่มีความรู้ ส่วนนี้จึงมองว่ารัฐควรรับผิดชอบค่าเสียหายจากโครงการดังกล่าว

สำหรับข้อเรียกร้องที่กลุ่มผู้เสียหายเสนอต่อนายกรัฐมนตรีมี 4 ข้อ ได้แก่
1. ปูพรมตรวจสอบบัญชีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน
2. สั่งดำเนินคดีทางวินัยกับนายทะเบียนท้องถิ่นฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ไต่สวน
3. ดึงหน่วยงานส่วนกลาง (DSI และ ปปง.) ลงพื้นที่บูรณาการแกะรอยเส้นทางการเงินฟอกเงิน
4. พิจารณาจัดสรรงบประมาณเยียวยาฉุกเฉินแก่กลุ่มผู้เสียหายทั้ง 8 จังหวัด เนื่องจากรัฐเป็นผู้ออกกฎหมายและกลไกรับรองระบบนี้ แต่กลับปล่อยปละละเลยจนประชาชนสูญเสียเงินออมก้อนสุดท้าย



ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน