เวลา 10.00 น. วันที่ 30 มี.ค.69 ที่แดนเนรมิตเก่า ถนนพหลโยธิน อี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อม เก่ง-สุเชษฐ์ (ผู้ช่วย) นำกลุ่มผู้ปกครอง จำนวนหนึ่งจากผู้เสียหายทั้งหมดกว่า 50 ราย บางรายระบุว่าเป็นยูทูบเบอร์ บางรายเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แต่ไม่ขอเปิดเผยตัว ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม คุ้มครองการกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค (บกปคบ.) ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ครูผู้จัดค่ายเยาวชนชื่อดัง รายหนึ่ง หลังพบพฤติการณ์เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน
อี้ แทนคุณ ระบุว่า ครูเล็ก(นามสมมุติ) อายุ 45 ปี จัดค่ายต่อเนื่องมานานกว่า 15 ปี จนได้รับความไว้วางใจ แต่ช่วงปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กลับเปิดรับสมัครและเก็บเงินค่าค่ายไปแล้ว แต่เมื่อถึงวันนัดหมายกลับไม่มีการจัดงานจริง และไม่มีการแจ้งยกเลิก ล่วงหน้า ทำให้ผู้ปกครองที่พาบุตรหลานไปถึงสถานที่จัดงานต้องเก้อ
อี้ แทนคุณ ระบุต่อว่า นอกจากไม่สามารถพาเด็กๆ ลูกหลาน ผู้เสียหายไปเข้าค่ายต่างๆ ได้ ทั้งที่มีการเรียกเก็บเงินเต็มจำนวนไปจนหมดแล้วก็ตาม

อี้ แทนคุณ กล่าวต่อ นอกจากนั้นครูเล็กยังมีการติดต่อขอยืมเงินผู้ปกครองรายเก่าๆ โดยอ้างว่านำไปจ่ายค่าสถานที่ รวมถึงสร้างเรื่องราวความน่าสงสาร เช่น อ้างว่าคุณพ่อขับรถชนคนตาย มีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน เพื่อขอความเห็นใจ ซึ่งมีผู้ปกครองบางท่านสงสารใจอ่อนต้องการช่วยแต่ไม่มีเงิน ยอมเอาทองรูปพรรณที่มีอยู่ไปจำนำ เพื่อเอาเงินมาให้ครูเล็กหยิบยืม แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปทวงถามก็ไม่สามารถคืนเงินให้ผู้ปกครองรายนั้นได้ โดยมีผู้ปกครองหลายรายก็ถูกออกปากขอยืมเงินแต่มีคนหลงเชื่อเพียงไม่กี่คน ส่วนใหญ่จะโดนปัญหาลูกหลานไม่ได้ไปเข้าค่ายที่มีทั้งวิทย์ / ภาษา / ดำน้ำ เป็นต้น

นอกจากผู้ปกครองแล้ว ยังพบว่ามีการค้างค่าจ้างทีมงานและค้างค่าที่พักในหลายพื้นที่ ปัจจุบันมีผู้เสียหายรวมตัวกันแล้วกว่า 50 ราย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 10 ล้านบาท

ผู้ปกครองหญิงท่านหนึ่งเปิดเผยว่า ตนรู้จักค่ายของครูเล็กทางเพจเฟซบุ๊กที่มีผู้ติดตามกว่า 5 พันคน สมัครพาลูกไปเข้าค่ายมาแล้ว3 ปีที่ผ่านมาไม่มีปัญหา ปีแรกเข้าค่ายวิทย์ ปีสองค่ายฝึกว่ายน้ำ ปีสามค่ายภาษา เพิ่งมามีปัญหาปีนี้ ที่จ่ายเงินครบแล้วแต่ลูกไม่ได้ไป ขอเงินคืนก็ไม่ได้

จากการสอบถามผู้ปกครอง ทั้งหมดที่มา พบว่าแต่ละรายได้แจ้งความ สน./สภ.ท้องที่มาแล้ว บางรายก็แจ้งความทาง thaipoliceonline.com ก่อนติดต่อรวมตัวกันร้องเรียนชมรมสันติประชาธรรม ให้ช่วยพามาประสาน พงส.ปคบ. วันนี้ โดยผู้เสียหายทั้งหมดประสงค์จะแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด และเตือนภัยสังคม เนื่องจากปัจจุบันยังมีผู้ปกครองที่ไม่ทราบเรื่อง หลงเชื่อสมัครค่ายที่ไม่มีอยู่จริงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งร้องขอความเป็นธรรมให้ทีมงานและเจ้าของสถานที่ที่ถูกค้างชำระเงิน
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ปคบ.ได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมดก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน