ชาวอิหร่านในไทยรวมตัวหน้าสถานทูต จี้รัฐบาลลาออก-วอนเจ้าชายพลัดถิ่นคืนอำนาจ หลังเหตุรุนแรงทำยอดเสียชีวิตพุ่งนับหมื่น
ข่าวสังคม - โซเชียล

ชาวอิหร่านในไทยรวมตัวหน้าสถานทูต จี้รัฐบาลลาออก-วอนเจ้าชายพลัดถิ่นคืนอำนาจ หลังเหตุรุนแรงทำยอดเสียชีวิตพุ่งนับหมื่น

วันที่ 28 มีนาคม 2569 กลุ่มชาวอิหร่านที่พำนักอยู่ในประเทศไทยในนาม กลุ่มรักชาติรักประเทศอิหร่านที่อยู่ในไทย ได้รวมตัวชุมนุมเชิงสัญลักษณ์บริเวณหน้าสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อยื่นข้อเรียกร้องกดดันให้รัฐบาลชุดปัจจุบันยุติบทบาท และเรียกร้องสิทธิเสรีภาพกลับคืนสู่มาตุภูมิ

ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่า ปัจจุบันชาวอิหร่านที่อาศัยอยู่ในไทยตกอยู่ในสภาวะวิตกกังวลอย่างหนัก เนื่องจากรัฐบาลอิหร่านมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตภายในประเทศต่อเนื่องนานกว่า 20-30 วัน ส่งผลให้การติดต่อสื่อสารกับครอบครัวในอิหร่านทำได้ยากลำบากและมีค่าใช้จ่ายสูง โดยส่วนใหญ่ทำได้เพียงการโทรศัพท์สัปดาห์ละครั้งเพื่อยืนยันว่าคนในครอบครัวยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่คลุมเครือและรุนแรง

ในการชุมนุมครั้งนี้ มีการนำรูปภาพผู้เสียชีวิตจากการถูกกดขี่และปราบปรามมาแสดงต่อสาธารณะ โดยประเด็นสำคัญที่กลุ่มผู้ชุมนุมหยิบยกขึ้นมาคือ เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตในอิหร่านพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ โดยคาดการณ์ว่าอาจมีผู้เสียชีวิตตั้งแต่ 32,000 ถึง 50,000 คน ความสูญเสียที่เกิดขึ้นในประเทศนั้นหนักหนากว่าความเสี่ยงที่เราออกมาเคลื่อนไหวในวันนี้มาก เราไม่อาจทนเห็นพี่น้องชาวอิหร่านต้องล้มตายจากการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลได้อีกต่อไป

หัวใจสำคัญของการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ คือการแสดงพลังสนับสนุน เจ้าชายเรซา ปาห์ลาวี (Reza Pahlavi) มกุฎราชกุมารองค์สุดท้ายของอิหร่าน ให้กลับมามีบทบาททางการเมืองและนำทิศทางประเทศอีกครั้ง โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีการร้องเพลงชาติและกล่าวสรรเสริญอดีตกษัตริย์เป็นภาษาฟาร์ซี เพื่อสื่อถึงความต้องการที่จะเห็นอิหร่านกลับไปเป็นประเทศที่มีเสรีภาพ เปิดกว้าง และเป็นมิตรกับนานาชาติเหมือนในอดีต

ต่อประเด็นการโจมตีจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ทางกลุ่มมองว่าไม่ใช่เรื่องของสงครามเพื่อการทำลายล้างเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเข้ามาแทรกแซงในแง่มุมของ สิทธิมนุษยชน เพื่อหยุดยั้งการสูญเสียชีวิตของประชาชนที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของรัฐบาลตนเอง โดยทางกลุ่มเชื่อว่าชาวอิหร่านกว่า 70-80% กำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและความสูญเสีย ซึ่งทางออกเดียวคือการเลือกตั้งใหม่ภายใต้ระบอบที่โปร่งใส ทั้งนี้ ทางกลุ่มยืนยันว่าการใช้พื้นที่ในกรุงเทพฯ เป็นเพียงการส่งสารถึงสถานทูตโดยตรง ไม่ได้มีเจตนาใช้ประเทศไทยเป็นฐานปฏิบัติการทางการเมืองที่บ่อนทำลายความมั่นคง พร้อมชื่นชมรัฐบาลไทยที่วางตัวเป็นกลางและให้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกภายใต้กรอบของกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ข่าวที่คุณอาจสนใจ