เตือน! เช็กภาชนะต้องห้าม อย่าใส่น้ำมันเด็ดขาด เสี่ยงระเบิดไม่รู้ตัว
ข่าวสังคม - โซเชียล

เตือน! เช็กภาชนะต้องห้าม อย่าใส่น้ำมันเด็ดขาด เสี่ยงระเบิดไม่รู้ตัว

กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมแนะนำแนวทางการเติมและเก็บรักษาน้ำมันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันอันตรายและลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย

กรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า กฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงกำหนดให้ประชาชนสามารถจัดเก็บน้ำมันได้โดยไม่ต้องขออนุญาต หากมีปริมาณไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งสถานที่ดังกล่าวจะถือเป็น สถานที่เก็บรักษาน้ำมันลักษณะที่หนึ่ง โดยแบ่งตามระดับความไวไฟ ดังนี้

1. ไวไฟมาก (เบนซิน)

ปริมาณรวมกันไม่เกิน 40 ลิตร

2. ไวไฟปานกลาง (น้ำมันก๊าด)

ปริมาณรวมกันไม่เกิน 227 ลิตร

3. ไวไฟน้อย (ดีเซล และน้ำมันหล่อลื่น)

ปริมาณรวมกันไม่เกิน 454 ลิตร

ภาชนะที่สามารถใช้บรรจุน้ำมันได้ มีดังนี้

1. กระป๋องน้ำมัน

ภาชนะพลาสติก: น้ำมันไวไฟมากบรรจุได้ไม่เกิน 4 ลิตรต่อถัง และน้ำมันไวไฟปานกลางหรือไวไฟน้อยบรรจุได้ไม่เกิน 20 ลิตรต่อถัง

ภาชนะเหล็กเคลือบดีบุก: ใช้กับน้ำมันไวไฟปานกลางและไวไฟน้อย ขนาดไม่เกิน 20 ลิตร

2. ถังน้ำมัน

ภาชนะเหล็ก: ใช้ได้กับน้ำมันทุกชนิดความไวไฟ ขนาดไม่เกิน 227 ลิตร

ทั้งนี้ หากมีความประสงค์จัดเก็บน้ำมันเกินกว่าปริมาณที่กำหนด จะเข้าข่ายเป็น สถานที่เก็บรักษาน้ำมันลักษณะที่สอง ซึ่งต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบ ธพ.ป.9 ก่อนดำเนินการ

5 ข้อควรปฏิบัติในการเติมน้ำมันลงภาชนะ ได้แก่

1. ใช้ภาชนะสำหรับน้ำมันโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันการทำปฏิกิริยากับสารเคมี

2. เติมน้ำมันไม่เกิน 90% ของความจุภาชนะ

3. ห้ามมีประกายไฟระหว่างเติมน้ำมันโดยเด็ดขาด

4. เสียบหัวจ่ายในช่องเติมก่อนจ่ายน้ำมัน และปิดฝาให้สนิทเพื่อลดการรั่วไหล

5. ระหว่างขนส่งห้ามวางซ้อนทับกัน และต้องยึดภาชนะให้แน่นหนา

ภาชนะที่ห้ามนำมาใช้บรรจุน้ำมันโดยเด็ดขาด

เนื่องจากไม่ได้ออกแบบสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง อาจเกิดการทำปฏิกิริยา รั่วซึม หรือระเบิดได้ ได้แก่

- ขวดน้ำดื่มพลาสติก (PET)

- แกลลอนนม/น้ำผลไม้

- กระติกน้ำแข็ง

กรมธุรกิจพลังงานเตือนว่า ผู้ฝ่าฝืนอาจมีโทษจำคุก หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของตนเองและสังคมส่วนรวม