เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานที่ดินอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นายพนมไพล ยิ้มขลิบ อายุ 53 ปี ชาวสวน พร้อมด้วย นายวสุ ผันเงิน อดีต สจ.บางใหญ่ ซึ่งเป็นตัวแทนรับมอบอำนาจจาก วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เดินทางมาดำเนินการโอนที่ดินจำนวน 15 ไร่ มูลค่ากว่า 150 ล้านบาท ซึ่งตั้งอยู่หมู่ 6 ตำบลบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี โดยเจ้าของที่ดินมีความตั้งใจบริจาคให้กับวัด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางพระพุทธศาสนา

การดำเนินการโอนใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ โดยมีค่าใช้จ่ายในการโอน อาทิ ภาษีอากร ภาษีเงินได้ และค่าอากรแสตมป์ รวมเป็นเงิน 3,076,162 บาท ซึ่งทางวัดเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด เนื่องจากเจ้าของที่ดินมีฐานะเป็นเพียงชาวสวนทั่วไป แต่มีความตั้งใจแน่วแน่จะมอบที่ดินมรดกจากพ่อแม่เพื่อใช้สร้างวัดและทำประโยชน์แก่สาธารณะ
นายพนมไพล ยิ้มขลิบ เปิดเผยว่า ตนเป็นโสด ไม่มีครอบครัว หลังจากได้รับการแบ่งมรดกจากพ่อแม่ จึงตั้งใจนำที่ดินผืนนี้บริจาคเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และใช้ก่อสร้างวัดให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้ามาทำบุญ ศึกษาธรรมะ รวมถึงใช้ประกอบพิธีทางศาสนาในอนาคต โดยตนมีความตั้งใจจะอาศัยอยู่กับวัดไปจนตลอดชีวิต
นายพนมไพล กล่าวว่า จุดประสงค์ที่ตนตั้งใจบริจาคที่ดิน เพราะว่า ตนเป็นโสดอยู่คนเดียวไม่มีครอบครัว หลังจากพ่อกับแม่แบ่งสมบัติให้ลูก ๆ ทุกคน โดยตนได้ที่ดินผืนนี้มา ตนอยากทำบุญและอยากถวายองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อใช้ในการสร้างวัด ซึ่งมีพื้นที่ 15 ไร่ เป็นมรดกของพ่อแม่ตน โดยตนก็มีพี่น้องหลายคนแต่ก็แบ่งมรดกเท่า ๆ กันไปหมดแล้ว ในส่วนของตนจึงบริจาคให้กับทางวัด และตนก็คงอยู่อาศัยกับทางวัดแค่หมดลมหายใจไปเท่านั้น ตนเลยตัดสินใจบริจาคให้ทางวัด ซึ่งจุดประสงค์ที่ตนบริจาคเพื่อให้ได้สร้างวัดให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ได้เข้ามาทำบุญ ได้บวช เรียนศึกษาธรรมะ เวลาเสียชีวิตก็จะได้เผาที่วัดใกล้บ้านได้เลย

ทั้งนี้ ด้าน นายวสุ ระบุว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พระพรหมสุทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ให้มารับมอบโฉนดที่ดินจากผู้ใจบุญ ตนก็รู้สึกแปลกใจในปัจจุบันผู้ที่มีจิตศรัทธาที่จะบริจาคให้วัด หากผู้ใจบุญรายใด มีที่เกิน 50 ไร่ จะเสียภาษีในอัตราที่สูง เลยไม่เป็นแรงจูงใจให้พุทธศาสนิกชนที่จะบริจาคที่ดินให้วัด โดยในปัจจุบันก็เริ่มเข้าในสังคมผู้สูงอายุอยู่ตัวคนเดียวเยอะ ก็คิดที่จะบริจาคให้เป็นที่ของ ธรณีสงฆ์ เป็นวัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม มันต้องเสียภาษีแพง ขนาดนี้เลยเหรอ โดยวันนี้ราคาประเมินที่ดินผืนนี้อยู่ที่ 28 ล้าน ซึ่งเราจะต้องเสียค่าธรรมเนียมไป 3 ล้านกว่าบาท ทางเจ้าของที่ดินหากเจอแบบนี้ ก็จะถอดใจไม่บริจาคแล้ว จึงขอฝากเรื่องนี้ไว้กับทางผู้ใหญ่ หากบริจาคให้เป็นธรณีสงฆ์แล้วจะไม่สามารถโอนไปไหนมาไหนได้อยู่แล้ว
พี่เขามีจิตใจแน่วแน่ที่จะบริจาคมาหลายปีแล้ว เราจึงได้หาช่องทางช่วยเหลือ รับผิดชอบดำเนินการในการโอนทุกอย่าง ให้กับทางพี่เขาไป เพราะเขาเป็นเพียงแค่ชาวสวนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง คงไม่มีเงินสดมากมายขนาดนั้นที่จะมาออกให้ทางวัด ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นผู้มีจิตกุศล ตั้งใจมอบที่ดินให้กับทางวัด แต่กลับมาเจอภาษีในการมอบที่ดินให้กับทางวัดในครั้งนี้เป็นจำนวนสูงถึง 3 ล้านกว่าบาท นายวสุ กล่าว