วันที่ 19 มีนาคม 2569 ความคืบหน้าคดีโจรกรรมตู้เซฟของ มดออย อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ซึ่งถูกขโมยหายไปอย่างปริศนาจากคอนโดมิเนียมหรูกลางเมืองนครราชสีมา ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา สามารถติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้วในพื้นที่ตัวเมืองโคราช ก่อนควบคุมตัวไปชี้จุดทิ้งของกลางในพื้นที่ย่านจอหอ โดยพบว่าตู้เซฟถูกทุบทำลายจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ทั้งนี้ ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ นายต้น (นามสมมติ) อายุ 29 ปี และ นายตั้ม (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ซึ่งทำหน้าที่เป็นช่างประจำคอนโดมิเนียม ที่ผู้เสียหายพักอาศัย มาชี้จุดเกิดเหตุบริเวณข้างบ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลจอหอ อำเภอเมืองนครราชสีมา

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้นำตู้เซฟไปทิ้งในจุดดังกล่าว โดยสภาพตู้เซฟพบร่องรอยถูกทุบทำลายบริเวณด้านหลังจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงเร่งเข้าตรวจเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุทันที
ด้าน มดออย เปิดเผยความรู้สึกว่า แม้จะดีใจที่ตำรวจทำงานได้อย่างรวดเร็วและตามจนพบจุดทิ้งเซฟ แต่ยังมีความกังวลใจอย่างมากเนื่องจากตู้ถูกทุบทำลายไปแล้ว ซึ่งภายในมีทรัพย์สินมูลค่าสูงประกอบด้วย ทองคำแท่งน้ำหนัก 30 บาท เหรียญหลวงพ่อรวย และจี้พระหลวงพ่อคูณ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าทรัพย์สินดังกล่าวยังอยู่ครบหรือไม่

สงสัยกลุ่มช่างในคอนโดมาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะปกติเวลาล้างแอร์ ซ่อมห้อง หรือปรับปรุงอะไร มดจะใช้บริการช่างของคอนโดตลอด และไม่เคยจ้างแม่บ้านคนนอกเลย ไม่คิดว่าจะเป็นรุ่นน้องช่างคนนี้ที่ลงมือ เพราะแทบไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ต้องขอโทษทางหัวหน้าช่างด้วยที่เข้าใจผิด และขอบคุณตำรวจโคราชมากจริง ๆ ค่ะ มดออย กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เผยว่า หลังรับแจ้งเหตุได้สั่งการ พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รอง ผกก.สส.ภ.จ.นครราชสีมา หัวหน้าชุดนำกำลัง สืบสวนสอบสวน แกะรอยติดตาม จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวคนร้าย

จากการสอบสวนผู้ต้องหาอ้างว่า พบเห็นว่า มดออย มีทรัพย์สินจำนวนมากอยู่ในห้องพัก โดยทราบข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลออนไลน์ จึงมีความประสงค์ต่อทรัพย์ จากนั้นวางแผนอาศัยความเป็นช่างในอาคารรู้ช่องทางเข้าออกห้องพักเป็นอย่างดี จึงสบโอกาสลงมือก่อเหตุ
อย่างไรก็ตามขณะนี้ตู้เซฟยังไม่สามารถเปิดออกได้ ต้องประสานผู้เชี่ยวชาญมาดำเนินการเปิดเพื่อตรวจสอบว่าทรัพย์สินภายในยังอยู่ครบหรือไม่ เบื้องต้นมีผู้กระทำผิด 2 ราย แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเคหะสถาน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบปากคำเพื่อหาผู้ร่วมกระทำผิดในกระบวนการครั้งนี้เพิ่มเติมและติดตามทรัพย์สินที่ถูกนำออกไปกลับคืนมาให้ได้มากที่สุด ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป