เปิดสิริอายุจริง หลวงปู่สนั่น หลังมรณภาพอย่างสงบ
ข่าวสังคม - โซเชียล

เปิดสิริอายุจริง หลวงปู่สนั่น หลังมรณภาพอย่างสงบ

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 มีรายงานว่า พระราชมงคลวชิรานันท์ (หลวงปู่สนั่น จิณฺณธมฺโม) ประธานสงฆ์แห่ง วัดป่าคลองกุ้ง จังหวัด จันทบุรี ได้ละสังขารอย่างสงบ เมื่อเวลา 10.38 น. ของวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริอายุ 102 ปี พรรษา 81 ท่ามกลางความอาลัยของศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก โดยการเปิดเผยสิริอายุที่แท้จริงของหลวงปู่สนั่น หลังการละสังขาร ทำให้หลายคนรู้สึกประหลาดใจ เนื่องจากท่านยังคงมีสุขภาพแข็งแรงและปฏิบัติศาสนกิจมาโดยตลอด

สำหรับประวัติของหลวงปู่สนั่น เกิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2466 ที่บ้านบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ก่อนจะอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2488 ณ อุโบสถ วัดจันทนาราม ตำบลจันทนิมิต อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยมี พระเทพสุทธิโมลี (ขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระอมรโมลี) เจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี-ระยอง-ตราด (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดจันทนาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูพิพัฒน์วิหารกิจ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระสุทธิธรรมรังสีคัมภีรเมธาจารย์ (พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร) เจ้าอาวาสวัดป่าคลองกุ้ง เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลังอุปสมบท พรรษาแรกหลวงปู่สนั่นได้จำพรรษาที่ วัดวิเวการาม จังหวัดจันทบุรี ตามคำแนะนำของ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนฺโท จากนั้นพรรษาที่ 2 ย้ายมาจำพรรษาที่วัดป่าคลองกุ้ง และพรรษาที่ 3 กลับไปปฏิบัติธรรมที่วัดวิเวการามอีกครั้ง ซึ่งในช่วงเวลานั้น หลวงปู่เทสก์ เทศรังสี ได้เดินทางมาจำพรรษาและเผยแผ่ธรรมะอยู่ที่วัดดังกล่าวเป็นเวลา 2 ปี ทำให้หลวงปู่สนั่นมีโอกาสศึกษาธรรมและฝึกปฏิบัติอย่างใกล้ชิด

ต่อมาในปี พ.ศ. 2490 หลังออกพรรษา หลวงปู่สนั่นได้ออกธุดงค์ติดตามปฏิบัติธรรมร่วมกับพระอาจารย์ลี ธมฺมธโร และในช่วงพรรษาที่ 10 ท่านได้ถูกส่งเป็นหนึ่งในคณะพระสงฆ์ที่เดินทางไปบุกเบิกก่อสร้าง วัดอโศการาม โดยหลวงปู่สนั่นเป็นพระรุ่นที่ 3 จากคณะสงฆ์ที่ถูกส่งไปช่วยพัฒนาพื้นที่ เมื่อวัดอโศการามเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว พระอาจารย์ลีจึงมอบหมายให้ท่านไปจำพรรษาที่ วัดธารเกษม อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เป็นเวลานานถึง 8 ปี

ตลอดชีวิตสมณเพศ หลวงปู่สนั่นได้รับการยกย่องว่าเป็นพระมหาเถระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย สมถะ รักสันโดษ และไม่ยึดติดในวัตถุ อีกทั้งยังถือเป็นศิษย์อาวุโสระดับต้น ๆ ของพระอาจารย์ลี ธมฺมธโร และ ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก

นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2565 ท่านได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่พระราชทานนามว่า พระราชมงคลวชิรานันท์ นับเป็นพระเถระสำคัญของสายกรรมฐานที่ได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก จนกระทั่งได้ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ 102 ปี ปิดตำนานพระกรรมฐานผู้เปี่ยมด้วยความสมถะและความเมตตาแห่งวัดป่าคลองกุ้ง