จากกรณี เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เกิดกระแสดรามาในโลกออนไลน์ จากกรณีการจัดสอบคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งจัดสอบที่ อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2–3 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ระหว่างเวลา 08.30 - 14.00 น. โดยปีนี้มีผู้สมัครเข้าสอบจำนวนมากถึง 13,895 คน ถือเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 18 ปี ขณะที่โรงเรียนรับนักเรียนเพียง 1,520 คนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ภายในสนามสอบมีข้อกำหนดห้ามนักเรียนนำเงินสดและโทรศัพท์มือถือเข้าห้องสอบ ทำให้มีนักเรียนจำนวนหนึ่งตัดสินใจทิ้งเงินและโทรศัพท์ไว้บริเวณหน้าห้องสอบ หรือทิ้งลงถังขยะ เนื่องจากไม่มีเวลานำไปฝากไว้ ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการจัดการของสถานที่สอบในโซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากทางโรงเรียนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
ต่อมาในเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน บริเวณใกล้กับสนามสอบที่อาคารอิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2–3 เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้ปกครองซึ่งพาลูกมาสอบและอาศัยอยู่ในจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า ทราบเรื่องกระแสดรามาที่เกิดขึ้นแล้ว โดยมองว่าทางโรงเรียนได้มีการแจ้งข้อกำหนดผ่านเพจของโรงเรียนและกลุ่มผู้ปกครองอย่างชัดเจนว่า สิ่งของใดสามารถนำเข้าห้องสอบได้หรือไม่ได้
น.ส.เอ ระบุว่า จากที่สังเกตการณ์พบว่า นักเรียนบางคนมาสาย และบางคนอาจไม่ได้อ่านข้อกำหนดอย่างละเอียด ส่วนประเด็นการจัดเก็บของมีค่า มองว่าอาจไม่ได้เตรียมรองรับกรณีของนักเรียนที่มาสาย ทำให้ไม่สามารถไปฝากของตามจุดที่เตรียมไว้ได้ นักเรียนจึงตัดสินใจทิ้งโทรศัพท์หรือเงินสดไว้หน้าห้องสอบ เนื่องจากต้องรีบเข้าห้องสอบในเวลาที่กำหนด ซึ่งกลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงในโซเชียล
ทั้งนี้ มองว่าในอนาคตอาจมีการเตรียมซองพลาสติกสำหรับใส่ของ พร้อมให้เขียนชื่อหรือเลขบัตรประชาชนกำกับไว้ เพื่อให้เด็กสามารถรับคืนหลังสอบเสร็จได้
ด้านนางสาวยุวดี อายุ 40 ปี ผู้ปกครองอีกคน กล่าวว่า ตนพาลูกมาสอบเข้าชั้น ม.4 เช่นกัน และได้ติดตามข่าวดรามาที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องของการตัดสินใจของเด็กในสถานการณ์เร่งด่วน ไม่ได้เป็นความผิดของโรงเรียนหรือของนักเรียนเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
นางสาวยุวดี กล่าวว่า ก่อนพาลูกมาสอบได้ศึกษาข้อกำหนดต่าง ๆ อย่างละเอียด และบอกให้ลูกปฏิบัติตามที่โรงเรียนประชาสัมพันธ์ไว้ เนื่องจากมีความกังวลเรื่องการห้ามพกเงินหรือเครื่องประดับอย่างสร้อยพระ จึงได้สอบถามรายละเอียดผ่านเพจของโรงเรียน และได้รับคำตอบที่ชัดเจน
สำหรับกรณีเงินที่ถูกทิ้งไว้ ส่วนใหญ่เป็นเงินจำนวนเล็กน้อย เช่น 40-50 บาท ซึ่งเด็กอาจคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม แม้โรงเรียนจะมีจุดรับฝากของ แต่เนื่องจากมีผู้ปกครองและนักเรียนจำนวนมาก ทำให้ต้องต่อคิวรอ เด็กบางคนจึงกังวลว่าจะเข้าสอบไม่ทัน จึงตัดสินใจทิ้งเงินไว้ก่อน
ขณะที่นักเรียนที่เข้าสอบรายหนึ่งเปิดเผยว่า ข้อสอบในปีนี้ค่อนข้างยาก แต่ตนพอทำได้ ส่วนประเด็นดรามาที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์โดยตรง ทราบเรื่องจากกลุ่ม Open Chat โดยมองว่าอาจเป็นเพราะการประกาศข้อมูลของโรงเรียนยังไม่ทั่วถึง ขณะที่นักเรียนบางคนก็ไม่ได้ติดตามข่าวสารจากช่องทางดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม นักเรียนรายนี้ระบุว่า ตนติดตามข้อมูลจาก Open Chat จึงเตรียมตัวมาดี และมองว่าการที่มีนักเรียนทิ้งของไว้ เป็นเพราะเป็นช่วงเวลาฉุกเฉินและกลัวว่าจะเข้าสอบไม่ทัน
ด้าน พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรปากเกร็ด ฝากประชาสัมพันธ์ว่า หากนักเรียนคนใดไม่มีเงินสำหรับเดินทางกลับบ้าน สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.ปากเกร็ด เพื่อขอรับความช่วยเหลือเบื้องต้นได้.