ชาวเน็ตแห่แชร์! ครูเปิดยอดเงินออมเด็ก ป.6 เห็นจำนวนแล้ว ทำหลายคนตาลุกวาว
ข่าวสังคม - โซเชียล

ชาวเน็ตแห่แชร์! ครูเปิดยอดเงินออมเด็ก ป.6 เห็นจำนวนแล้ว ทำหลายคนตาลุกวาว

กลายเป็นเรื่องราวน่ารักและสร้างแรงบันดาลใจในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กครูสาวรายหนึ่ง Pattamaporn Nopparat ได้โพสต์ข้อความขณะอยู่ที่ โรงเรียนบ้านเพชรน้ำผึ้ง หมู่ 3 ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ประกาศยอดเงินฝากออมทรัพย์ของนักเรียนชั้น ป.6 ที่กำลังจะจบการศึกษาในปีนี้

โดยครูระบุว่า ประกาศยอดเงินฝากออมทรัพย์พี่ป.6 ที่กำลังจะจบการศึกษาชั้นป.6 จากโรงเรียนบ้านเพชรน้ำผึ้งในปีนี้ เด็ก ๆ มีเงินเก็บไว้ใช้เรียนต่อแล้ว พร้อมขอบคุณทุนการศึกษาจากหน่วยงานและผู้สนับสนุนต่าง ๆ ที่ช่วยให้นักเรียนได้สะสมเงิน รวมกับเงินฝากของตัวเองมาตลอด 8 ปีที่เรียนอยู่ที่โรงเรียน (คาดว่าตั้งแต่ชั้นอนุบาล - จบป.6)

ครูยังอธิบายด้วยว่า โรงเรียนแห่งนี้ ไม่มีสหกรณ์และไม่มีร้านค้า นักเรียนรับประทานอาหารกลางวันของโรงเรียน จึงไม่ต้องใช้เงินซื้อขนม ทำให้สามารถเก็บเงินฝากออมทรัพย์ในบัญชีของตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอ

เมื่อเปิดเผยยอดเงินออมของนักเรียน ปรากฏว่ามีตั้งแต่ประมาณ 6,000 บาท ไปจนถึงกว่า 91,000 บาท ยอดรวม 406,614 บาทเลยทีเดียว ทำเอาหลายคนถึงกับตาลุกวาว และชื่นชมวินัยการออมของเด็ก ๆ

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นไวรัลทันที มีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชมจำนวนมาก อาทิ นอกจากนักเรียนจะซื่อสัตย์อดทนแล้ว ครูยิ่งทวีคูณเป็น 10 เท่า นับถือพี่ปัทจริง ๆ ครับ,ต้องขอบคุณผู้วางรากฐานและครูทุกคนที่ทำต่อ ไม่ทิ้งโครงการดี ๆ,ป้าดดดด เด็ก ๆ คือ รวยแทร่

หลายคนยังมองว่าโครงการปลูกฝังการออมแบบนี้ เป็นแนวคิดที่ดี และอยากให้โรงเรียนอื่น ๆ นำไปเป็นตัวอย่างในการสอนวินัยทางการเงินให้เด็กตั้งแต่เล็กอีกด้วย

ขณะเดียวกันยังมีชาวเน็ตบางรายลองคำนวณยอดเงินออม โดยระบุว่า หากยอดเงินเก็บรวมอยู่ที่ 91,066 บาท ตลอดระยะเวลา 8 ปี และคิดเฉลี่ยเฉพาะวันเรียน โดยหักวันเสาร์-อาทิตย์ออก เดือนละประมาณ 8 วัน จะเหลือราว 22 วันต่อเดือน หรือประมาณ 264 วันต่อปี รวม 8 ปี คิดเป็นราว 1,528 วัน เมื่อนำยอดเงินมาหาร จะพบว่าเด็กคนดังกล่าวฝากเงินเฉลี่ยประมาณ วันละเกือบ 60 บาท เลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีคอมเมนต์ที่ชื่นชมแนวคิดของโรงเรียน ระบุว่า เป็นโรงเรียนที่ถูกต้องค่ะ มากกว่าคำสอนจากเสียงของครู คือสิ่งที่นักเรียนทำซ้ำ ๆ จนเป็นนิสัย มากกว่าเงินที่ได้ คือนิสัยเด็กจะเปลี่ยนไป รู้จักอดออมตลอดไป

ทั้งนี้ หลายคนมองว่าโครงการปลูกฝังการออมลักษณะนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะไม่เพียงช่วยให้นักเรียนมีเงินเก็บไว้ใช้เรียนต่อ แต่ยังช่วยสร้างวินัยทางการเงิน และนิสัยรักการออมให้ติดตัวไปจนโตอีกด้วย

ข่าวที่คุณอาจสนใจ