แจ้งข้อหาหนัก กิ๊กเหี้ยมปลิดชีพแม่ หลังขืนใจ ซ้ำจัดฉากซดไซยาไนด์ ลูกสาวเผยวงจรปิดมัดตัว ได้ยินเสียงแม่ร้องขอชีวิตก่อนสิ้นลม
ข่าวสังคม - โซเชียล

แจ้งข้อหาหนัก กิ๊กเหี้ยมปลิดชีพแม่ หลังขืนใจ ซ้ำจัดฉากซดไซยาไนด์ ลูกสาวเผยวงจรปิดมัดตัว ได้ยินเสียงแม่ร้องขอชีวิตก่อนสิ้นลม

วันที่ 4 มี.ค. 2569 จากกรณี น.ส.เอ ลูกสาว ได้ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนว่า น.ส.บี วัย 50 ปี แม่ของตนเองถูกกิ๊ก ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยที่คบหากัน ข่มขืนและยัดสารบางตัว จนทำให้แม่ของตนเสียชีวิต โดยอ้างว่าแม่ของตนเอง ต้องการจบชีวิตตัวเองด้วยการกินไซยาไนด์ เหตุเกิดที่บ้านเช่าแห่งหนึ่ง ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ท่ามกลางความสงสัยคาใจของญาติครอบครัวผู้เสียชีวิต โดย น.ส.เอ ได้รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความเอาผิด เพราะปักใจเชื่อว่า แม่ถูกฆาตกรรมจึงแจ้งความดำเนินคดีกับชายคนสนิทของแม่ ที่สภ.สุพรรณบุรี ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

ต่อมา น.ส.วัน ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้เสียชีวิต และญาติ ได้เดินทางมาที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตนเองนั้นได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนชายคนสนิทของพี่สาวคือ นายก้อย (นามสมมติ) ตอนเวลา 23.00 น. โดยนายก้อยเป็นคนโทรบอกเองว่า พี่สาวกินยาเข้าไป ตอนนี้ได้พาส่งรพ.แล้ว จากนั้นตนก็เลยรีบโทรบอกลูกของพี่สาวทันที

ตอนนั้นหมอถามว่า พี่สาวกินอะไรเข้าไป เราก็ตอบอย่างที่นายก้อยให้การ เพราะเขาแจ้งเรามาแบบนั้น จากนั้น หมอแจ้งว่าจะทำการสแกนสมอง ซึ่งตอนนั้นเราสังเกตเห็นปากของพี่สาวมีรอยคราบเลือด ก็เลยถามนายก้อย โดยนายก้อยตอบว่า เป็นคนเอานิ้วมือล้วงเข้าไปในปากของพี่สาว เพื่อเอายาออกที่ปากเขา จึงทำให้มีเลือดติด

ตนและลูกของพี่สาวได้ไปที่เกิดเหตุ และถ่ายคลิป เห็นว่าที่นอนมีก้อนเลือดบนผ้าปูที่นอน และในห้องนั้นก็มีลักษณะเกล็ดสีขาวหล่นอยู่ทั่วห้องเลย ต่อมา ได้นำโทรศัพท์ผู้เสียชีวิตมาแกะภาพดูกล้องวงจรปิด เจอคลิปเกินกว่าที่เราจะรับได้ จึงเดินทางมาแจ้งความตอนตี 4 พร้อมนำหลักฐานมอบให้ตำรวจ ทำตามขั้นตอน จนตำรวจได้จับกุมเรื่องอาวุธปืนในคืนนั้น ก่อนนายก้อยถูกประกันตัวออกไป

พอมาถึงวันที่ 3 มี.ค. 69 พี่สาวเสียชีวิตแล้ว ตำรวจได้ส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช ซึ่งเรื่องนี้เราคาใจมาก นายก้อยบอกว่า พี่สาวเราทำตัวเอง แต่มันไม่ใช่ เพราะเรามั่นใจว่าผู้หญิงที่ร้องขอชีวิตจากนายก้อยว่า ให้ปล่อยเขา แล้วมาบอกว่าพี่สาวเรากินยาเอง ซึ่งผู้หญิงที่ร้องขอชีวิตจะมาทำร้ายตัวเองมันย้อนแย้งกัน เรามั่นใจว่าพี่สาวไม่ได้ทำ พี่สาวเราถูกกระทำจนสิ้นลม ซึ่งเราก็ต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

ต่อมา พ.ต.ท.พีระพงษ์ จบศรี รองผกก.สืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี, พฐ,ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งใน ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี จากนั้น เวลา1 5.00 น. ได้นำหมายจับของศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ตามจับกุมนายก้อย (นามสมมติ) อายุ 59 ปี ผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นเพื่อนชายคนสนิทของผู้เสียชีวิตในข้อหา x่าผู้อื่นโดยเจตนา, ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และได้กระทำโดยมีอาวุธปืน, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และได้กระทำโดยมีอาวุธปืน, บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ

กระทั่ง เวลา 17.00 น .ชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรีได้เข้าทำการจับกุมนายก้อย (นามสมมุติ) อายุ 59 ปี ผู้ต้องสงสัยได้ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี และนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี

จากนั้นเวลา 18.00 น. ชุดสืบสวนได้นำตัวมาทำการสอบสวนต่อที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าได้พกพาอาวุธปืนเข้าไปบ้านที่เกิดเหตุจริง ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาตรวจร่างกายและเจ้าหน้าที่ พฐ.ตรวจร่างกายเก็บเป็นพยานและหลักฐานแล้ว

ขณะนี้ผลชันสูตรเบื้องต้นจากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจได้สันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากกะโหลกศรีษะหลังแตกร้าว สมองน้อยฟกช้ำ ส่วนประเด็นเรื่องสารที่พบในห้องที่ญาติคาใจนั้น ตำรวจได้เปิดเผยว่า ต้องรอผลการผ่าร่างกายจากนิติเวชอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสารสีขาวต้องสงสัยที่ตกพื้นในห้องนอนตามที่ญาติกล่าวอ้างนั้น ทางตำรวจได้ส่งสารดังกล่าวไปตรวจสอบที่พิสูจน์หลักฐานกลางว่าคือสารอะไร ซึ่งต้องรอฟังผลอย่างละเอียดอีกครั้งเช่นกัน ส่วนผู้ต้องหา ขณะนี้ตำรวจได้ทำการฝากขังที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี และคัดค้านการประกันตัว ส่วนศพของผู้เสียชีวิตยังเก็บไว้ที่ รพ.