วันที่ 11 ก.พ. 2569 นายยศวินทร์ เพียรพิทักษ์ ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย พร้อมผู้เสียหายจากคดีแก๊งสแกมเมอร์และคอลเซนเตอร์กว่า 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อคัดค้านการเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยมีนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. เป็นผู้แทนรับหนังสือ
การยื่นหนังสือครั้งนี้มีขึ้นเพื่อคัดค้านการเพิกถอนการอายัดทรัพย์ของนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ เบน สมิธ นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์และการฟอกเงิน รวมถึงมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่มีฐานอยู่ในประเทศกัมพูชา และถูกระบุว่าเป็นบุคคลสำคัญในการเชื่อมโยงกับนักการเมืองระดับภูมิภาคในอาเซียน ซึ่งกลุ่มผู้เสียหายมีความกังวลต่อกระแสข่าวเรื่องความพยายามแทรกแซงกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการธุรกรรม พร้อมทั้งให้กำลังใจเลขาธิการ ปปง. และคณะกรรมการธุรกรรมในการดำเนินคดีดังกล่าว

นายยศวินทร์ เปิดเผยว่า ได้นำรายชื่อผู้เสียหายกว่า 180 คน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 500 ล้านบาท มายื่นประกอบคำคัดค้าน โดยผู้เสียหายแบ่งออกเป็น 9 กลุ่ม ตามลักษณะพฤติการณ์การหลอกลวง เช่น หลอกลงทุน หลอกให้รักแล้วชักชวนลงทุน ข่มขู่ หลอกกดลิงก์ หลอกให้ร่วมลงทุนในกลุ่มซื้อขายสินค้าออนไลน์ รวมถึงกรณีเงินเกษียณและคดีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในลักษณะต่างๆ
นายยศวินทร์ระบุว่า จากการติดตามเส้นทางการเงินและกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเงินส่วนใหญ่มีปลายทางไปยังประเทศกัมพูชา และเชื่อว่าทรัพย์สินที่ถูกอายัดมีความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิด อีกทั้งกังวลว่าหากมีการเพิกถอนการอายัดทรัพย์ อาจทำให้ผู้เสียหายไม่ได้รับการเฉลี่ยคืนทรัพย์สินตามสิทธิ

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทางให้ใช้หลักการแบ่งกลุ่มผู้เสียหายตามแผนประทุษกรรม แทนการพิสูจน์เส้นทางการเงินรายบุคคล เพื่อให้สามารถคุ้มครองสิทธิและเฉลี่ยทรัพย์คืนแก่ผู้เสียหายได้ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารติดตามกระบวนการดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายจำนวนมาก
นายยศวินทร์ยังเปิดเผยว่า ผู้เสียหายบางรายประสบปัญหาสุขภาพจิตอย่างรุนแรงจากการถูกหลอกลวง โดยมีรายหนึ่งอายุ 26 ปี ตัดสินใจฆ่าตัวตาย เนื่องจากเงินที่สูญเสียไปเป็นเงินสำหรับชำระหนี้ และอีกกรณีหนึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอกเงินจำนวน 28 ล้านบาท จนไม่มีเงินรักษาอาการป่วยซึมเศร้า กระทั่งอาการกำเริบและเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายได้เดินทางมาพบกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ในการเข้ายื่นหนังสือครั้งนี้ ญาติได้นำเพียงรูปถ่ายของผู้เสียหายที่ตั้งไว้หน้าโลงศพมาด้วยเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนตัวผู้เสียชีวิต เนื่องจากเจ้าตัวไม่มีโอกาสได้มาเรียกร้องสิทธิและรับเงินที่ถูกหลอกลวงกลับคืนด้วยตนเอง

ด้านนายวิทยา กล่าวว่า คดีดังกล่าวคณะกรรมการธุรกรรมได้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินในภาพรวมหลายคดี รวมมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์รายสำคัญ โดยหลังมีคำสั่งอายัด ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์ชี้แจงแสดงหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย
สำหรับการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมในช่วงบ่ายวันนี้ จะพิจารณาว่าคำชี้แจงของผู้ถูกอายัดทรัพย์มีน้ำหนักรับฟังได้หรือไม่ หากรับฟังได้และเป็นไปตามหลักกฎหมาย อาจมีมติให้เพิกถอนการอายัด แต่หากไม่สามารถชี้แจงได้ คณะกรรมการจะมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อประกาศคุ้มครองสิทธิ์ผู้เสียหาย
นายวิทยาระบุว่า กระบวนการทำงานของ ปปง. ตั้งแต่เริ่มต้นได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบก่อนเสนอให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณา โดยกฎหมาย ปปง. ให้อำนาจยึดอายัดทรัพย์เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐาน และผู้ถูกอายัดมีหน้าที่ต้องชี้แจงแหล่งที่มาของทรัพย์สิน
ทั้งนี้ การชี้แจงส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านทนายความ และเกี่ยวข้องทั้งเจ้าของทรัพย์ที่ถูกอายัด รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนในการซื้อหุ้นบางจากตามที่เป็นข่าว ซึ่งรายละเอียดเชิงลึกไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นความลับในสำนวน
นายวิทยายืนยันว่า ปปง. เชื่อมั่นในพยานหลักฐานและกระบวนการกำกับดูแล โดยเอกสารในสำนวนจำกัดการเข้าถึงเฉพาะพนักงานเจ้าหน้าที่ปปง. ที่สืบสวนเรื่องนี้โดยตรงและคณะกรรมการธุรกรรมเท่านั้น เพื่อรักษาความลับของราชการ พร้อมย้ำว่าการพิจารณาต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และต้องรับฟังคำชี้แจงตามหลักกฎหมาย

ในกรณีที่มีการอ้างว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ถอดชื่อนายยิม เลียก ออกจากร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามสแกมเมอร์ข้ามชาติ จะมีผลต่อการพิจารณาของ ปปง.ด้วยหรือไม่ นั้น นายวิทยากล่าวว่า เป็นเพียงพยานแวดล้อมที่รับฟังประกอบการพิจารณา แต่ไม่ใช่สาระสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อดุลพินิจของคณะกรรมการ
สำหรับการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย นายวิทยาระบุว่า หากทรัพย์สินไม่ปะปนกับคดีอื่น สามารถคืนแก่ผู้เสียหายได้โดยตรง แต่หากเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวข้องหลายคดี จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของ ปปง. และประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ ผู้เสียหายสามารถติดตามประกาศคุ้มครองสิทธิจาก ปปง. และยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาได้
นายวิทยากล่าวเพิ่มเติมว่า ตามกฎหมาย ปปง. กระบวนการอาจต้องสิ้นสุดที่ศาล แต่ภายใต้พระราชกำหนดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในกรณีที่เป็นเงินสดและไม่มีข้อโต้แย้ง สามารถยุติได้ในชั้นคณะกรรมการธุรกรรม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายควรติดตามประกาศการคุ้มครองสิทธิจากสำนักงาน ปปง. อย่างใกล้ชิด และหากมีข้อสงสัยหรือมีพยานหลักฐานเพิ่มเติม สามารถยื่นต่อสำนักงาน ปปง. เพื่อประกอบการพิจารณาและดำเนินการคุ้มครองสิทธิตามขั้นตอนของกฎหมายได้
ทั้งนี้ มติของคณะกรรมการธุรกรรมในวันนี้ จะถือเป็นอำนาจของคณะกรรมการในการพิจารณาขั้นสุดท้าย ตามกรอบเวลาของกฎหมาย โดย ปปง. ยืนยันดำเนินการตาม พยานหลักฐานและหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่ผู้เสียหาย ยังมีข้อสังเกตเพิ่มเติมหรือพยานหลักฐานก็สามารถนำมามอบให้กับคณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาต่อไปได้
ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน