จากกรณีครูที่ปรึกษาได้ลงโทษนักเรียน ด้วยการสั่งให้ลุกนั่งจำนวนถึง 800 ครั้ง จนส่งผลให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุด นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในฐานะโฆษกกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า โดยระบุว่า จากพฤติกรรมตามข่าว ครูที่ปรึกษาได้ทำการลงโทษเด็กนักเรียน ชั้น ม.1 อายุ 13 ปี โดยการให้ลุกนั่ง 800 ครั้ง นั้น
เนื่องจากเด็กนักเรียนรายดังกล่าว สอบกลางภาคไม่ผ่าน 5 วิชา ครูเลยได้สั่งให้ทำงานส่ง แต่เด็กนักเรียนไม่ได้ส่งงานภายในเวลาที่ครูกำหนด จึงได้ทำการลงโทษ จนทำให้เด็กนักเรียนรายดังกล่าว ปวดขา โดยแพทย์มีความเห็นให้งดเดินเป็นเวลา 3 วัน และได้ทำการเจาะเลือด ผลคือ ค่าไตปกติ และค่ากล้ามเนื้อยังรอผลจากทางโรงพยาบาล
พฤติกรรมการกระทำดังกล่าว อาจเข้าข่ายผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ เนื่องจาก ครูในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ได้ใช้อำนาจสั่งลงโทษนักเรียน ลุกนั่ง เป็นจำนวนที่เกินกว่าขีดจำกัดของร่างกายเด็กอายุ 13 ปีอย่างมาก ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดทางกายอย่างหนัก และการสั่งให้ทำ ต่อหน้าเพื่อน ยังเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีและสร้างความอับอาย อาจเข้าข่ายกระทำผิดตาม มาตรา 6 การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรืออาจไปถึง มาตรา 5 กระทำทรมานได้ หากการลงโทษนั้น ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแก่ร่างกายหรือจิตใจ
ทั้งนี้ นายธีรยุทธฯ ยังระบุว่า ตนได้ประสานไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจในพื้นที่เกิดเหตุแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ อย่างไรก็ตาม ความผิดตามกรณีนี้ เข้าข่ายความผิดที่รุนแรงไม่อาจยอมความได้ หากมีการกระทำผิดจริง และกระบวนการสอบสวน ต้องมีพนักงานอัยการเข้ามากำกับการสอบสวนด้วย สำหรับ การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายนั้น ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ลงพื้นที่เพื่อรับเรื่องแล้ว