จากกรณีที่มีหญิงสาวรายหนึ่งโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าถูกพระรูปหนึ่งลวนลามขณะเข้าร่วมพิธีเสริมดวงภายในวัดชื่อดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม
จากการสอบถามนางสาวปุ๋ย (นามสมมติ) อายุ 34 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยระบุว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ตนเดินทางไปทำพิธีเจิมเสริมดวงเพื่อให้การค้าขายดีขึ้นกับพระรูปหนึ่ง ซึ่งมีอายุประมาณกว่า 70 ปี
ผู้เสียหายเล่าว่า ขณะไปถึงวัดมีลูกศิษย์คนอื่นนั่งรอทำพิธีอยู่ด้วย เนื่องจากพระจะทำพิธีให้หลายคนพร้อมกัน แต่เมื่อถึงคิวของตน พระรูปดังกล่าวได้ให้ลูกศิษย์ออกจากห้องไปอ้างว่าจะไปหยิบน้ำ ก่อนจะเริ่มทำพิธี โดยขอให้ตนปลดกระดุมเสื้อลงสองเม็ด อย่างไรก็ตาม พระได้เอื้อมมือมาแกะกระดุมเพิ่มอีกหนึ่งเม็ดด้วยตนเอง
จากนั้น พระได้นำอุปกรณ์โลหะมาทำพิธี ไล่ตั้งแต่บริเวณหน้าผากลงมาถึงหน้าอก ก่อนจะใช้มืออีกข้างสัมผัสบริเวณหน้าอก พร้อมกล่าวถ้อยคำไม่เหมาะสมใกล้หว่า (หัวxxxสวยจังมีคนเคยขอดูxหรือไม่) ทำให้ตนรู้สึกตกใจและช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่กล้าโวยวายหรือร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนจะรีบดึงเสื้อขึ้นและออกจากห้องไปเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อนฟัง ซึ่งต่อมาเพื่อนได้นำเรื่องดังกล่าวไปโพสต์ในโลกออนไลน์
ผู้เสียหายยืนยันว่า การออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ไม่ได้ต้องการชื่อเสียงหรือผลประโยชน์ใด ๆ และไม่มีเหตุผลที่จะใส่ร้าย เนื่องจากตนเดินทางไปวัดด้วยความศรัทธา ตั้งใจไปทำบุญและพึ่งพาทางใจ แต่กลับต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าไม่ได้รับเงินหรือถูกว่าจ้างจากบุคคลหรือฝ่ายใดให้มาโจมตีพระหรือวัด อีกทั้งเชื่อว่าอาจไม่ได้เป็นผู้เสียหายเพียงรายเดียว และอยากให้ผู้ที่เคยพบเหตุในลักษณะเดียวกันกล้าออกมาเปิดเผย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผู้เสียหายเพิ่ม
ในส่วนของการดำเนินคดี ผู้เสียหายยอมรับว่า ช่วงแรกยังไม่ตัดสินใจแจ้งความ เนื่องจากอยู่ในภาวะตกใจ และอยู่ระหว่างปรึกษาคนใกล้ชิด รวมถึงพิจารณาแนวทางทางกฎหมายว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง
ทั้งนี้ ผู้เสียหายฝากถึงสังคมว่า พระที่ประพฤติดียังมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่กรณีเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับผู้ที่เดินทางไปทำบุญ และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน
ด้าน เอ็มมี่ ผู้เปิดเผยข้อมูล ระบุว่า ตนได้รับฟังเรื่องราวจากผู้เสียหายแล้วรู้สึกไม่อาจยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ แม้เข้าใจว่าผู้เสียหายเป็นคนไม่สู้คน โดยยืนยันว่าการโพสต์ไม่ได้มุ่งโจมตีวัด แต่เป็นการเตือนสังคมให้ระมัดระวัง เนื่องจากพฤติกรรมเป็นเรื่องของตัวบุคคล พร้อมเผยว่า ก่อนโพสต์ได้ปรึกษาทนายแล้ว โดยหลีกเลี่ยงการระบุชื่อวัดและชื่อพระ ซึ่งหลังโพสต์มีประชาชนส่งข้อความเข้ามาเป็นจำนวนมาก
ท้ายที่สุด ผู้เสียหายได้สาธิตลักษณะการทำพิธีขณะเกิดเหตุให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมอธิบายว่า มือข้างหนึ่งของพระใช้อุปกรณ์ในการทำพิธี ขณะที่อีกมือได้ล่วงล้ำเข้ามาในเสื้อของตน พร้อมย้ำว่าอยากออกมาเตือนสังคม และสนับสนุนให้ผู้ที่เคยถูกกระทำในลักษณะเดียวกันกล้าออกมาเปิดเผยความจริง