กรมอุทยานฯ ออกเเถลงการณ์ กรณีย้าย สีดอแก้ว ไปศูนย์ปรับพฤติกรรม
ข่าวสังคม - โซเชียล

กรมอุทยานฯ ออกเเถลงการณ์ กรณีย้าย สีดอแก้ว ไปศูนย์ปรับพฤติกรรม

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 มีรายงาว่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ออกมาแถลงการณ์ ชี้แจงภารกิจเคลื่อนย้าย สีดอแก้ว สู่ศูนย์ปรับพฤติกรรมช่องกล่ำบน เป้าหมายเพื่อสวัสดิภาพช้างป่า ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยระบุว่าตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายช้างป่า สีดอแก้ว (หรือกำนันแก้ว) จากพื้นที่ตำบลทุ่งมหาเจริญ เข้าสู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 21-22 มกราคม ที่ผ่านมานั้น กรมอุทยานฯ ขอชี้แจงสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนและกลุ่มคนรักสัตว์ป่าในประเด็นสำคัญ ดังนี้

ภาพจาก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

1. สวัสดิภาพของ สีดอแก้ว คือลำดับความสำคัญสูงสุด​ กรมอุทยานฯ ขอยืนยันว่าการดูแลสวัสดิภาพของสีดอแก้ว สำหรับกรณีการล่ามโซ่ที่ปรากฏในสื่อนั้น เป็นเพียง ขั้นตอนชั่วคราว ในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อรอให้ช้างฟื้นตัวจากภาวะยาซึมและเพื่อให้ทีมสัตวแพทย์สามารถเข้าตรวจสุขภาพได้อย่างปลอดภัย เมื่อสภาพร่างกายคงที่ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการปลดโซ่ออกทันที เพื่อปล่อยเข้าสู่คอกปรับพฤติกรรมมาตรฐานวิศวกรรม (พลายไขนุ้ยโมเดล) ซึ่งมีความแข็งแรง ปลอดภัย และมีพื้นที่กว้างขวางเพียงพอสำหรับการพักฟื้นและปรับพฤติกรรม โดยมีทีมสัตวแพทย์และควาญช้างดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

2. ขอความเห็นใจให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ผู้เดือดร้อน​ เราเข้าใจดีถึงความรักและความห่วงใยที่ประชาชนมีต่อสีดอแก้ว แต่อยากขอให้เห็นใจพี่น้องประชาชนในตำบลทุ่งมหาเจริญด้วยเช่นกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา สีดอแก้วถูกเคลื่อนย้ายกลับเข้าป่าไม่น้อยกว่า 7 ครั้ง ทุกครั้งจะหลบหนีกลับเข้ามาหากินในพื้นที่ชุมชนมาโดยตลอด ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตอยู่บนความเสี่ยงและความหวาดระแวง เนื่องจากสีดอแก้วมีความฉลาดสูงและมีพฤติกรรมหากินในพื้นที่ชุมชน มักเข้าหาชุมชนเพื่อหาอาหาร ทำลายทรัพย์สิน ยุ้งฉาง จนเกิดพฤติกรรมเลียนแบบที่เป็นอันตราย การเคลื่อนย้ายครั้งนี้จึงไม่ใช่การกักขัง แต่คือการ ปกป้องทุกชีวิต เพื่อลดการเผชิญหน้าและป้องกันอุบัติเหตุรุนแรงที่อาจนำไปสู่ความสูญเสียต่อทั้งชีวิตคนและตัวช้างเอง

3. เจ้าหน้าที่อาสาชุดเฝ้าระวังฯ ทำงานหนักเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย​ เบื้องหลังภารกิจคือการทุ่มเทเสียสละของเจ้าหน้าที่และอาสาชุดเฝ้าระวังฯ ที่ต้องทำงานหนักท่ามกลางความเสี่ยงสูงตลอด 24 ชั่วโมงต่อเนื่องทุกวัน ความเหนื่อยยากของเจ้าหน้าที่ที่ต้องเผชิญหน้ากับช้างป่า มีเป้าหมายเดียวคือการยับยั้งความสูญเสีย ซึ่งผลจากการทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถิติความเสียหายและการเสียชีวิตของทั้งคนและสัตว์ป่าลดลงไปอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

4. รายงานจำนวนผู้เสียชีวิต/บาดเจ็บ​จากช้างป่าตั้งแต่ปี​ 2555-ปัจจุบัน​ มีผู้เสียชีวิต​ 274 ราย​ บาดเจ็บ​ 252 ราย​ และมีช้างป่าตาย​ 260 ตัว​ บาดเจ็บ​ 95 ตัว​ (ปี​ 2555-ปัจจุบัน) สำหรับปีงบประมาณ​ พ.ศ. 2569 มีผู้เสียชีวิต​ 7 ราย​ บาดเจ็บ​ 16 ราย​ ช้างป่าตาย​ 16 ตัว​ บาดเจ็บ​ จำนวน​ 8 ตัว

5. เป้าหมายสุดท้ายคือ การคืน สีดอแก้ว สู่ป่าที่สมบูรณ์​ กรมอุทยานฯ ไม่ได้มุ่งหวังจะเลี้ยงสีดอแก้วไว้ในศูนย์ฯ ตลอดชีวิต แต่คือการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสัญชาตญาณสัตว์ป่าตามหลักวิชาการ หากการประเมินสุขภาพและพฤติกรรมอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เราพร้อมที่จะส่งสีดอแก้วกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติในพื้นที่ป่าลึกที่ปลอดภัยและห่างไกลจากชุมชน กรมอุทยานแห่งชาติฯ ขอขอบคุณในทุกความห่วงใยและข้อเสนอแนะ เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินงานอย่างโปร่งใส และพร้อมรายงานความคืบหน้าของสีดอแก้วให้สาธารณชนทราบอย่างต่อเนื่อง