กรมควบคุมโรคพบผู้ป่วย โรคฝีดาษวานร สะสมตั้งแต่ปี 65 จนถึงปัจจุบันเกือบ 1 พันคน เพศชายมากที่สุด กระจายแต่ละพื้นที่ โดย กทม.มีผู้ป่วยสูงสุด รองลงมา ชลบุรี นนทบุรี ภูเก็ต ฯลฯ ส่วนใหญ่มีประวัติเสี่ยงจากการสัมผัสใกล้ชิด มีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่คุ้นเคย ให้ความรู้เชิงรุกกลุ่มพฤติกรรมเสี่ยง ล่าสุดได้รับวัคซีนจากอาเซียน 2.2 พันขวด จัดสรรให้บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ 4 พื้นที่
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคเผยไทยพบ ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยสะสมประมาณ 1,000 คน โดยส่วนใหญ่เป็นคนไทยในกลุ่มวัยทำงาน และเป็นเพศชายประมาณ 97% ขณะที่บางจังหวัดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญพบผู้ป่วยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงมีการติดตามและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายจังหวัดมากที่สุด คือ
กรุงเทพมหานคร 458 คน เป็นเพศชาย 454 คน เพศหญิง 4 คน
รองลงมา คือ ชลบุรี 85 คน เพศชาย 84 คน เพศหญิง 1 คน
นนทบุรี 50 คน เป็นเพศชาย49 คน เพศหญิง 1 คน
ภูเก็ต 35 คน เป็นเพศชาย 28 คน เพศหญิง 7 คน
และสมุทรปราการ 32 คน เพศชาย 30 คน เพศหญิง 2 คน เป็นต้น
นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคร่วมกับภาคีเครือข่าย ดำเนินมาตรการด้านการเฝ้าระวัง คัดกรอง และสอบสวนโรคในพื้นที่ ควบคู่กับการจัดบริการเชิงรุกในกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง พร้อมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคฝีดาษวานร เอชไอวี และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งเสริมพฤติกรรมทางเพศที่ปลอดภัย รวมถึงแนะนำการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรตามแนวทางกระทรวงสาธารณสุข
โดยกรมควบคุมโรคได้รับสนับสนุนวัคซีนจากอาเซียนจำนวน 2,220 ขวด และจัดสรรวัคซีนให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ครอบคลุมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม รวมถึงกลุ่มผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศใน 4 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ และภูเก็ต รวม 2,175 ขวด (ข้อมูล ณ วันที่ 16 มกราคม 2569)
พร้อมกันนี้ ขอแนะนำประชาชนดูแลและป้องกันตนเอง โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่นหรือตุ่มผิดปกติ รักษาความสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และหากมีอาการสงสัย เช่น มีไข้ ผื่น หรือตุ่มหนอง ควรรีบพบแพทย์และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำด้านสุขภาพจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อร่วมกันลดความเสี่ยงและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษวานรในประเทศไทย หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
