เอาแล้วไง! เด็กหมอนทองวิทยา แฉยับ หลังถูกหลอกถือป้ายเห็นชอบแก้ รธน.
ข่าวสังคม - โซเชียล

เอาแล้วไง! เด็กหมอนทองวิทยา แฉยับ หลังถูกหลอกถือป้ายเห็นชอบแก้ รธน.

วันที่ 18 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา รายการ Phutta Talk หยิบยกประเด็นดราม่าร้อนในโลกออนไลน์มาเล่าและขยายความ หลังทีมฟุตบอลเยาวชนโรงเรียนหมอนทองวิทยา ตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากกรณีปรากฏคลิปร่วมกิจกรรมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญกับนักการเมืองชื่อดัง จนถูกตั้งคำถามว่าเด็กและทีมถูกดึงเข้าไปเป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือไม่

เริ่มจากการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่มี นายจาตุรนต์ ฉายแสง ลงพื้นที่พบกับ โค้ชสกล เกลี้ยงประเสริฐ และนักเตะเยาวชนโรงเรียนหมอนทองวิทยา ก่อนจะมีการตะโกนข้อความรณรงค์เกี่ยวกับการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ส่งผลให้สังคมออนไลน์แสดงความไม่พอใจอย่างกว้างขวาง มองว่าไม่เหมาะสม และเป็นการนำเยาวชนเข้าไปพัวพันกับการเมือง

กระแสตีกลับรุนแรงจนเกิดการติดแฮชแท็กแบนหมอนทอง พร้อมเสียงวิจารณ์ว่า ทีมเยาวชนควรวางตัวเป็นกลาง และไม่ควรถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองไม่ว่ากรณีใด

ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง ออกมาชี้แจงว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นเพียงการแวะไปเยี่ยมและให้กำลังใจเด็ก ๆ โดยมีการพูดคุยกันก่อนแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้บังคับใคร และไม่ได้สนับสนุนพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ

ภาพจาก  รายการ Phutta Talk 

ขณะที่ โค้ชสกล เกลี้ยงประเสริฐ เปิดใจว่า ทีมไม่ได้ฝักใฝ่การเมือง เหตุการณ์เกิดขึ้นโดยบังเอิญในช่วงซ้อมฟุตบอล เมื่อมีผู้ใหญ่เข้ามาขอถ่ายรูป ในฐานะผู้น้อยจึงปฏิเสธได้ยาก พร้อมย้ำว่าใครมาช่วยเด็กก็ยินดี แต่ไม่อยากให้เด็กถูกดึงไปเป็นเป้าทางสังคม

ภาพจาก  รายการ Phutta Talk 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นกลับทวีความร้อนแรงขึ้น เมื่อ แหล่งข่าวใกล้ชิดทีมหมอนทองวิทยา ออกมาเปิดเผยผ่านรายการว่า ทีมรู้สึกเหมือนถูกหลอก โดยตอนประสานงานแจ้งเพียงว่าจะเข้ามาเยี่ยม ดูการฝึกซ้อม และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเท่านั้น ไม่มีการแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีการถ่ายคลิปรณรงค์ทางการเมือง

ระบุว่า เมื่อถึงหน้างาน ทีมไม่สามารถปฏิเสธผู้ใหญ่ได้ จึงต้องทำตามสถานการณ์ อีกทั้งมีการกำกับให้พูดตามบท ทั้งที่เด็กบางส่วนอาจยังไม่เข้าใจเนื้อหาการเมืองอย่างแท้จริง และแม้จะมีการถ่ายทั้งมุมเห็นชอบและไม่เห็นชอบ แต่คลิปที่ถูกนำไปเผยแพร่กลับเป็นเพียงด้านเดียว

ภาพจาก  รายการ Phutta Talk 

ผลกระทบทั้งหมดตกอยู่กับเด็กและโรงเรียนที่ถูกโจมตีจากสังคม ทั้งที่ไม่ได้มีเจตนาเลือกข้างทางการเมือง จนเกิดคำถามสำคัญในสังคมถึงความเหมาะสมในการนำเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมือง และใครควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อภาพจำและผลกระทบที่เกิดขึ้น

เรียบเรียง สยามนิวส์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง