เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 14 ม.ค.69 ที่สภ.บางบัวทอง พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.นเรนทร วีระ รอง ผกก.สส.สภ.บางบัวทอง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ร่วมกันจับกุมตัวนายเอ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี และนาย บี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี พร้อมของกลาง 38 รายการ ประกอบด้วย กรอบพระไมครอน จำนวน 99 กรอบ, พระเหรียญ จำนวน 24 องค์, พระผง จำนวน 23 องค์, พระรูปหล่อ ขำนวน 14 องค์, ชุดเหรัยญพระพุทธโสธร 1 กล่อง, ตะกรุด จำนวน 3 ดอก, เครื่องราชอิสริยาภรณ์ , ธนบัตรที่ระลึก, เหรียญสกุลต่างประเทศ และไทย จำนวน 17 เหรียญ, เครื่อประดับเข็มกลัดทอง-เงิน จำนวน 14 ชิ้น, ต่างหู จำนวน 10 ชิ้น, นาฬิกาข้อมือ, สร้อยข้อมือ, สร้อยคอ, กล่องบรรจุพระ และเครื่องประดับ, สุราชนิดต่างๆ 77 ขวด พร้อมอุปกรณ์ในการงัดแงะ จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำลายสิ่งคุ้มครองป้องกันทรัพย์ หรือรับของโจร

ภาพจากกล้องวงจรปิดร้านทุกอย่าง 20 บาท (ก่อนมาก่อเหตุบ้านที่ถูกจับกุม) บันทึกภาพคนร้ายเวลา 00.28 น. วันที่ 7 ม.ค.69 ขณะกำลังจอดรถ จยย.พ่วงข้างบริเวณหน้าร้าน จากนั้นได้งัดกุญแจประตูก่อนเดินเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในร้านและลักทรัพย์หลบหนีไป
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจาก น.ส.สุปภาณี เพื่อนบ้าน ว่าพบเห็นคนร้าย จำนวน 2 คน เข้ามาอาศัยอยู่ภายในบ้านเลขที่ 85/4 หมู่ 3 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวไม่มีเจ้าของบ้านอยู่ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยมี น.ส.สุปภาณี คนดูแลบ้าน นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านเรียบร้อยแล้ว

จากการตรวจสอบบริเวณบ้านพบตะแกงเหล็กหน้าต่างหลังบ้านถูกถอดน็อตออก จึงได้เข้าไปตรวจสอบภายในบ้าน พบร่องรอยการรื้อค้นหาของมีค่า และเมื่อเข้าไปบริเวณห้องนอนพบนายเอ และนายบี ซ่อนตัวอยู่ภายในห้องดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว จากการตรวจค้นพบ ของกลางหลายรายการ
จากการสอบสวนผู้ถูกต้องหา ทราบว่า ได้เข้าไปก่อเหตุที่บ้านหลังดังกล่าว จำนวน 2 ครั้ง โดยเข้าไปครั้งแรกวันที่ 7 ม.ค. 69 ขโมยทรัพย์สินของมีค่าทั่วไป และวันที่ 10 ม.ค. 69 ได้เข้าไปขโมยพระและธนบัตรเก่า ไปขายที่บริเวณสะพานควาย ได้เงินจำนวน 4,000 บาท จากนั้นได้เข้าไปพักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวและกำลังจะก่อเหตุลักทรัพย์เพิ่ม แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้เสียก่อน

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบ นางสาววิภา (นามสมมุติ) อายุ 61 ปี พี่สาวของนางสาวหลินจง อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน อดีตข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ เออร์รี่จากข้าราชการออกมาทำเกษตร อาศัยอยู่ที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า บ้านแถวนี้ถูกขโมยเข้าหลายหลังแล้ว ซึ่งชาวบ้านต่างก็ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน จนกระทั่งตำรวจชุดสืบสวนตามจนพบตัวคนร้าย โดยลักษณะของคนร้ายมีผมสีแดงตรงตามกล้องวงจรปิด เข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้ ตำรวจจึงโทรเรียกตนมาเปิดบ้านและเข้าไปจับกลุ่มคนร้ายเอาไว้ได้ โดยคนร้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้ตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. อยู่มา 7 วัน คนร้ายเข้าออกตลอด เอาทรัพย์สินของมีค่าที่บ้านไปขาย มีทั้งพระ นาฬิกา ธนบัตรเก่า เหรียญ เฉพาะธนบัตรกับนาฬิกา 20 กว่าเรือนก็หลายแสนบาทแล้ว ส่วนพระเก่าประเมินราคาไม่ได้

นอกจากนี้คนร้ายยังซื้อข้าวของเข้ามาใส่ตู้เย็นและแขวนเสื้อผ้าของเขาไว้ในตู้เสื้อผ้าอีกด้วย ทำเหมือนเป็นบ้านตัวเอง รวมทั้งมีน้ำส้มอีกแพ็ค อยากให้ตำรวจขังมันนาน ๆ ถ้าออกมาก็จะตระเวณก่อเหตุขโมยของ ทำชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอีก
ผู้สื่อข่าว นนทบุรี รายงาน