เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2566 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก หมอเจด กรณีพยาบาลสาววัย 30 เสียชีวิตขณะเข้าเวรดึก พร้อมเตือนสัญญาณหัวใจหยุดเต้นพบได้ในคนอายุน้อย โดยเฉพาะผู้พักผ่อนน้อย เครียดสะสม และทำงานดึกต่อเนื่อง
ระบุว่า
จากเหตุการณ์การเสียชีวิตของพยาบาลสาววัย 30 สัญญาณเตือนก่อนหัวใจหยุดเต้นเจอบ่อยในคนอายุน้อย !!!
เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีข่าวเศร้าจากการจากไปของ พยาบาลสาววัย 30 ปี ขณะปฏิบัติงานเข้าเวรดึก ซึ่งสร้างความสลดใจให้ครอบครัวและเพื่อนร่วมงานไม่น้อย เรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่โศกนาฏกรรมส่วนบุคคล แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เหตุการณ์แบบนี้ทำให้ผมอยากชวนทุกคนหยุดคิดสักนิดว่า บางครั้งร่างกายไม่ได้ส่งสัญญาณดัง ๆ แต่จะค่อยเตือนเงียบ ๆ โดยเฉพาะในคนที่พักผ่อนน้อย เครียดสะสม และทำงานหนักต่อเนื่องครับ
เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่า สัญญาณเตือนก่อนหัวใจหยุดเต้นที่เจอได้ในคนอายุน้อย มีอะไรบ้าง และเราควรฟังร่างกายตัวเองยังไงครับ
1) หัวใจหยุดเต้น ไม่ใช่หัวใจวาย เข้าใจให้ชัด
สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักสับสน คือคำว่า หัวใจหยุดเต้น กับ หัวใจวาย ทั้งสองอย่างนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ มาดูข้อแตกต่างของทั้ง 2 อาการนี้กันครับ
หัวใจวาย (Heart attack) คือภาวะ หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนขาดเลือดและตายไป
หัวใจหยุดเต้น (Cardiac arrest) คือภาวะระบบไฟฟ้าหัวใจรวน จนหัวใจหยุดสูบฉีดเลือดทันที โดยไม่เกี่ยวกับการอุดตันของหลอดเลือดโดยตรงในคนที่อายุน้อย และอยู่ในภาวะเครียด-พักผ่อนไม่เพียงพอ โดยเฉพาะคนทำงานเวรดึก มักพบแบบที่สองนี้ และหลายครั้งก็จะไม่รู้ว่าตัวเองมีปัญหามาก่อนเลยครับ
2) แล้วกรณีหัวใจเต้นต่ำกว่า 40 ครั้ง/นาที บ่งบอกอะไรได้บ้าง
1️ ระบบไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ (Bradyarrhythmia)
หัวใจเต้นช้าขนาดนี้ มักเกิดจาก โหนดไซนัสทำงานผิดปกติ (Sick sinus syndrome) หรือ สัญญาณไฟฟ้าหัวใจส่งต่อไม่ดี (Heart block) กรณีนี้อันตราย เพราะหัวใจอาจหยุดเต้นฉับพลัน ได้ โดยเฉพาะในคนอายุน้อยที่ดูเหมือนแข็งแรงภายนอกครับ
2️ ผลจากการพักผ่อนน้อย + เวรดึกเรื้อรัง
การเข้าเวรดึกต่อเนื่อง ทำให้อัตโนมัติประสาท (Autonomic nervous system) แปรปรวน พาราซิมพาเทติกเด่นผิดปกติ หัวใจถูก “สั่งให้ช้าลง” มากเกินไป บางคนหัวใจเต้นช้าขณะหลับ แต่ก็ยังช้าต่อเนื่องแม้ตอนตื่นหรือทำงาน อันนี้ถือว่าไม่ปกติแล้วครับ
3️ ภาวะขาดออกซิเจนหรือการหายใจผิดปกติขณะหลับ
เช่น นอนหลับไม่ลึก นอนน้อยเรื้อรัง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้หัวใจ เต้นช้า สลับเต้นผิดจังหวะ และเพิ่มความเสี่ยงหัวใจหยุดเต้นตอนกลางคืนหรือขณะทำงานครับ
4️ ความผิดปกติของเกลือแร่หรือฮอร์โมน
อันนี้จะพบได้ในคนทำงานหนัก พักผ่อนไม่พอ เช่น โพแทสเซียมผิดปกติ แมกนีเซียมต่ำ หรือไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) เพราะสิ่งเหล่านี้รบกวนการนำไฟฟ้าหัวใจโดยตรง ทำให้ชีพจรต่ำผิดปกติครับ
3) สัญญาณเตือนที่มักถูกมองข้าม ก่อนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น
ก่อนที่หัวใจจะหยุดเต้นเฉียบพลัน อาจมีสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือนเกิดขึ้นกับเรา โดยที่เราหลายคนมักมองข้ามไปครับ
- ใจสั่น / หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะตอนพักหรือขยับตัว
- เหนื่อยง่ายผิดธรรมชาติ ทั้งที่ทำงานเหมือนเดิม
- เวียนหัวหรือหน้ามืด โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนท่า
- แน่นหน้าอกเล็ก ๆ เป็น ๆ หาย ๆ แม้ไม่รุนแรง
- นอนหลับไม่สนิท เข้าเวรดึกแล้วยังฟื้นไม่เต็มที่
ถึงคนทำงานดึกโดยเฉพาะบุคลากรแพทย์หรือพยาบาลนะครับ หลาย ๆ คนมักจะคิดว่า แค่พักผ่อนน้อย เดี๋ยวก็หาย แต่หัวใจไม่คิดแบบนั้นครับ ถ้ามีอาการพวกนี้ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยก่อนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นหลายสัปดาห์ได้เลยครับ
4) บทเรียนที่สำคัญสำหรับคนทำงานดึก
ข่าวเศร้าครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่ เกิดขึ้นเพราะโชคร้ายเพียงอย่างเดียว นะครับ แต่เป็นเสียงเตือนให้เราตรวจดู ร่างกายและสัญญาณเตือนเล็กน้อย ที่รุนแรงได้หากไม่รีบเอาใจใส่ ผมขอแค่ว่า
- พักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายต้องได้เวลารีเซ็ตระบบไฟฟ้าหัวใจ
- สังเกตสัญญาณเตือน เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก
- อย่ามองว่าเป็นแค่ พักผ่อนน้อย เหล่านี้คือสัญญาณจริงที่ควรตรวจสุขภาพ
- ปรับวิถีชีวิต ให้มีช่วงเวลาเผลอพักจริง ไม่ใช่แค่ช่วงเวลานอน
ในเคสพยาบาลสาว อัตราการเต้นหัวใจต่ำกว่า 40 ครั้ง/นาที นี่ถือเป็นสัญญาณผิดปกติระบบไฟฟ้าหัวใจ ไม่ใช่ความแข็งแรงจากการออกกำลังกาย แต่สะท้อนภาวะหัวใจถูกกดจากการอดนอน ทำงานดึก เครียดสะสม และอาจนำไปสู่หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้โดยไม่มีสัญญาณรุนแรงล่วงหน้า การทำงานหนักเป็นเรื่องหนึ่งครับ แต่การรักษาความปลอดภัยใจ-ร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่เวรดึกเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันครับ