วันที่ 4 มกราคม 2569 ชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว หมู่ 9 ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ร้องเรียนหลังบ้านและร้านค้าได้รับความเสียหายจากเหตุระเบิด BM21 และลูกปืน ค. ตกใส่ ระหว่างเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ได้รับเงินเยียวยาเพียง 5,700 บาท ขณะที่นายอำเภอโคกสูงชี้แจง เหตุบ้านไม่มีเลขที่จึงชดเชยได้ตามเกณฑ์ดังกล่าว
หลังเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาสงบลงมาเกือบ 10 วัน บ้านและร้านค้าของนางจีระนันท์ มานะกิจ อายุ 56 ปี ชาวบ้านหนองหญ้าแก้ว หมู่ 9 ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งตั้งอยู่ใกล้จุดตรวจ จต.ส.33 และห่างจากพื้นที่บ้านเปรยจัน ซึ่งทหารไทยสามารถยึดคืนได้ประมาณ 1-2 กิโลเมตร ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
สภาพบ้านถูกระเบิด BM21 และลูกปืน ค. ตกใส่ ทำให้บ้านเสียหายเกือบทั้งหลัง ทั้งหลังคา ประตู หน้าต่าง ฝ้าเพดาน และสิ่งของภายในบ้านพังเสียหายยับเยิน ขณะที่บ้านอีกหลังซึ่งสร้างเป็นร้านค้าสำหรับขายของชำ ถูกลูกระเบิดจนเสียหายเกือบครึ่งหลัง กำแพงปูนพังราบเข้าไปในบริเวณบ้าน ทับสินค้าและข้าวของเสียหายจำนวนมาก
ตู้แช่อย่างน้อย 2 ตู้ กระจกแตกและพัง ไม่สามารถใช้งานได้ ต้องอาศัยเพียงพื้นที่ด้านหน้าเปิดค้าขายของที่พอเหลืออยู่ได้บ้าง หลังกลับเข้าพื้นที่เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยยังไม่มีการเก็บกวาดสิ่งของ เนื่องจากต้องรอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
นางจีระนันท์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา นายอำเภอโคกสูง พร้อมเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหาย รวมถึงวัดพื้นที่เพื่อพิจารณาจ่ายเงินเยียวยา โดยแจ้งว่าจะเยียวยาให้เพียง 5,700 บาท คิดเป็นโรงเรือน จึงอยากให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ใหม่

รู้สึกน้อยใจ แต่พูดไม่ได้ เขาตีแค่ไหนก็จำต้องยอมรับ ถ้าซ่อมเองทั้งหมด ต้องใช้เงินหลายหมื่นบาท ตู้เย็น 2-3 อัน ก็พังหมด เพราะแรงอัดระเบิดทำให้ไม้กระเด็นมาใส่ตู้แตกหมด ตอนนี้ใช้ไม่ได้เลย นางจีระนันท์ กล่าว
ได้เข้าไปสำรวจบ้านอีกหลัง ซึ่งเป็นบ้านของแม่ของนางจีระนันท์ อยู่ห่างกันเกือบ 100 เมตร และถูกระเบิดตกใส่เช่นกัน ส่งผลให้หลังคา ประตู หน้าต่าง และอุปกรณ์ภายในบ้านได้รับความเสียหาย ยังไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยได้

ด้านนายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา นายอำเภอโคกสูง ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า กรณีที่ชาวบ้านให้สัมภาษณ์นั้นมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยบ้านหลังดังกล่าวไม่มีเลขที่บ้าน จึงสามารถชดเชยได้เพียงตามเกณฑ์ดังกล่าว ส่วนบ้านอีกหลังได้รับการเยียวยาตามระเบียบราชการในเพดานสูงสุด 270,000 บาท พร้อมฝากถึงชาวบ้านว่าหากมีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจ สามารถติดต่อสอบถามนายอำเภอได้โดยตรง