เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 หมอม็อด นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ จากเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า ออกมาอธิบายกรณีที่มีผู้ปกครองตั้งข้อสงสัยในกลุ่มพวกเราคือผู้บริโภค หลังมีการเล่าว่า เด็กกินสับปะรดจำนวนมากแล้วพบว่า ลิ้นมีเลือดออก ทำให้หลายคนกังวลว่าอาจเป็นการแพ้สับปะรด ซึ่งหมอม็อดได้อธิบายว่าอาการดังกล่าวเกิดจากการระคายเคือง ไม่ใช่อาการแพ้
หมอม็อดระบุว่า การกินสับปะรดแล้วลิ้นเลือดออกเกิดได้จากสองกลไกที่ทำให้เยื่อบุลิ้นถลอก คือ เอนไซม์ bromelain ในสับปะรดที่ย่อยโปรตีนบริเวณผิวลิ้น ทำให้เกิดแผลเล็กๆ โดยเฉพาะเมื่อกินในปริมาณมาก และความเป็นกรดของสับปะรดที่มีค่า pH ประมาณ 3-4 ซึ่งยิ่งทำให้ผิวลิ้นที่ถูกเอนไซม์ทำลายอยู่แล้ว แสบและบวมมากขึ้น จนอาจมีเลือดซึม โดยเด็กมักมีเยื่อบุลิ้นบอบบางกว่าผู้ใหญ่จึงเกิดอาการได้ง่ายกว่า
ส่วนอาการแสบเพดานปากที่พบได้บ่อย ก็เกิดจากกลไกเดียวกัน เยื่อบุในช่องปากบริเวณอื่น เช่น เพดานปาก เหงือก หรือแก้มด้านใน อาจระคายเคืองได้มากขึ้น หากมีแผลในปากอยู่ก่อน เช่น การแปรงฟันแรง หรือเผลอกัดปากตัวเอง
สำหรับแนวทางดูแลหากลิ้นมีเลือดออก หมอม็อดแนะนำว่า หากเลือดออกเพียงเล็กน้อยมักเป็นแผลตื้นและสามารถหายได้เอง โดยให้ล้างปากด้วยน้ำเปล่า งดกินสับปะรดช่วงหนึ่ง เลี่ยงอาหารร้อน เปรี้ยว หรือเค็มจัด เพิ่มการดื่มน้ำให้เพียงพอ และสามารถใช้ผ้าก๊อซชุบน้ำเกลือกดเบาๆ หากมีเลือดซึม แต่หากเลือดไม่หยุด บวมมาก หรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์
หมอม็อดทิ้งท้ายว่า สับปะรดมีทั้งเอนไซม์ย่อยโปรตีนและกรดสูง จึงอาจทำให้ลิ้นถลอกหรือแสบปากได้ โดยเฉพาะเมื่อกินในปริมาณมากหรือสับปะรดที่ยังไม่สุกดี แต่ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายและสามารถหายเองได้เมื่อดูแลอย่างเหมาะสม