จากกรณี โลกโซเชียลแห่แชร์เรื่องราวบ้านหลังหนึ่งในจังหวัดสงขลา ซึ่งแม้พื้นที่โดยรอบถูกน้ำท่วม แต่เจ้าของบ้านเตรียมอุปกรณ์และวางระบบป้องกันล่วงหน้า โดยประยุกต์ทำเขื่อนกั้นน้ำรอบรั้ว พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ช่วยป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้าบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลายเป็นตัวอย่างการรับมือภัยน้ำท่วม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก Pr.Songkhla ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา เผยถึงเรื่องของบ้านหลังเดียวที่น้ำไม่ท่วมในหาดใหญ่ ของนายวิชาฤทธิ์ อายุ 30 ปี ประธานหมู่บ้านฯ ซึ่งสามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายวิชาฤทธิ์ เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า รอบแรกน้ำทะลักเข้าบ้านระดับหัวเข่า แต่เมื่อระดับน้ำลดลงได้รีบจัดหาอุปกรณ์ เช่น เครื่องปั่นไฟ ผ้าใบ เหล็ก ก้อนหิน รวมถึงปั๊มน้ำและเครื่องสูบน้ำ มาติดตั้งแนวกั้นบริเวณหน้าบ้านและโรงจอดรถ ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นรอบถัดมาที่ระดับน้ำสูงกว่า 70 เซนติเมตร น้ำก็ไม่สามารถไหลเข้าบ้านได้อีก
เจ้าของบ้านยังเปิดบ้านให้เพื่อนบ้านเข้ามาชาร์จโทรศัพท์ระหว่างไฟฟ้าดับ เพื่อให้สื่อสารกันได้ตลอด ขณะเดียวกันย้ำว่าการป้องกันลักษณะนี้เหมาะกับพื้นที่ที่ระดับน้ำไม่สูงมาก และต้องมีกำแพงบ้านที่แข็งแรงเพียงพอจะรองรับแรงดันน้ำ ค่าใช้จ่ายหลักคือ เครื่องปั่นไฟประมาณ 30,000 บาท และอุปกรณ์อื่น ๆ ราว 2,000 บาท

นายวิชาฤทธิ์ ระบุว่า วิธีการทำเขื่อนกันน้ำเรียนรู้มาจากอินเทอร์เน็ตและยูทูบ พร้อมกับรู้อยู่แล้วว่าระดับน้ำจะมาไม่ถึงกำแพง จึงทดลองทำตามที่ดูจากพยากรณ์อากาศซึ่งมีแนวโน้มว่าฝนจะตกต่อเนื่อง
การทำที่กั้นน้ำให้ดีจะไม่มีจุดรั่วเข้าบ้าน วิธีการทำมีดังนี้
1. ใช้อิฐวางรอบรั้วบ้านที่เป็นรอยต่อกับพื้นที่ภายนอกเพื่อยึดผ้าใบ
2. ท่อน้ำทิ้งในบ้าน อุดทางเข้าของน้ำบริเวณปลายท่อด้านนอกของบ้าน โดยมีท่อเชื่อมต่อกับข้างนอก 3 ท่อ จึงอุดไว้ทั้งหมด

อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบด้วยผ้าใบสีน้ำ ความยาว 40 เมตร ผืนละ 600-700 บาท ซื้อมา 2 ผืน ทำรองบริเวณรั้ว 2-3 ชั้น การทำเขื่อนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นน้ำเริ่มท่วมสูงขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากบ้านเป็นทางผ่านน้ำ แต่ประมาณ 12 ชั่วโมง น้ำก็ลด
ลักษณะการทำเขื่อนกั้นแบบนี้สามารถทำได้ แต่ในพื้นที่น้ำท่วมสูงจริง ๆ อาจไม่สามารถกันได้ จึงแนะนำให้ติดตามพยากรณ์อากาศและฟังคำเตือนเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันชีวิตของตัวเองให้มากที่สุด
