เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุปล้นชิงทรัพย์รถแท็กซี่ เหตุเกิดบริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านเกาะ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินเป็นรถยนต์แท็กซี่ Toyota Altis สีเหลือง-เขียว พร้อมโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ก่อนขับหลบหนีไปในความมืด ไม่ทราบเส้นทาง
ผู้เสียหายคือ นายอาคม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี คนขับรถแท็กซี่ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายวัยรุ่น 2 คน อายุประมาณ 30 ปี ผิวดำคล้ำ หัวเกรียน คนหนึ่งรูปร่างเตี้ย อีกคนหนึ่งสูง เรียกรถจากบริเวณดินแดง กรุงเทพมหานคร ให้ไปส่งที่ตลาดกลางกุ้ง เขตอำเภอพระนครศรีอยุธยา
เมื่อไปถึงตลาดกลางกุ้ง หนึ่งในคนร้ายได้เปลี่ยนเป้าหมาย โดยขอให้ไปส่งต่อที่บ้านเพื่อน บริเวณชุมชนบ้านดาบ ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง ซึ่งเป็นเส้นทางเปลี่ยวใกล้วัดบ้านดาบ หมู่ 7 ตำบลบ่อโพง ซึ่งระหว่างทางคนร้ายได้ขอเงินจากนายอาคม จำนวน 2,000 บาท
นายอาคมจึงแจ้งว่ามีเงินสดเพียง 800 บาท และมีเงินในบัญชี ATM ประมาณ 1,000 บาท แต่ไม่มีแอปโอนเงินในโทรศัพท์ คนร้ายจึงใช้นิ้วควักยาหม่องป้ายตานายอาคม ทำให้นายอาคมแสบตามาก ไม่สามารถขับรถต่อได้
จากนั้น คนร้ายที่รูปร่างสูงได้สลับมาขับรถแท็กซี่เอง โดยให้นายอาคมไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ แล้วพาไปที่ปั๊ม ปตท. บ้านเกาะ อ้างว่าจะให้กดเงินมาให้ ขณะถึงหน้าปั๊ม คนร้ายเห็นว่ามีผู้คนอยู่จำนวนมาก จึงไม่ยอมเข้าไปด้านใน แต่กลับจอดรถหน้าปั๊ม แล้วเปิดประตู ถีบลุงลงจากรถ พร้อมขับรถแท็กซี่หลบหนีไปพร้อมกับโทรศัพท์มือถือของลุง ด้านนายอาคมจึงรีบวิ่งไปที่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ภายในปั๊ม เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยมีพนักงานในร้านโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มายังจุดเกิดเหตุทันที
นายอาคมเล่าทั้งน้ำตาว่า รถแท็กซี่คันนี้เพิ่งซื้อมาได้เพียง 2 ปี ด้วยน้ำพักน้ำแรงจากการทำงานหนัก หวังใช้เลี้ยงครอบครัว แต่กลับถูกปล้นกลางทางทั้งรถและโทรศัพท์ โดยคนร้ายไม่พูดจามากระหว่างนั่งรถจากกรุงเทพฯ และพูดคุยกันเองเบา ๆ ที่เบาะหลังจนตนเองรู้สึกผิดสังเกตตั้งแต่แรก
ด้านพลเมืองดี ซึ่งเป็นพนักงานในร้านสะดวกซื้อ 7-11 เผยว่า ตอนแรกเห็นลุงวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น ตกใจมากจึงรีบโทรแจ้งตำรวจทันที ก่อนจะทราบว่าลุงถูกปล้นรถแท็กซี่มา
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมายังจุดเกิดเหตุ พร้อมสอบถามเหตุการณ์จากนายอาคม และพาตัวไปลงบันทึกประจำวันเพื่อดำเนินการสืบสวน ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตำรวจคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นผู้ที่รู้จักพื้นที่ดี เนื่องจากสามารถวางแผนเส้นทางและหลบหนีอย่างรวดเร็วในจุดที่ค่อนข้างเปลี่ยว
ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงาน