รวบคาร้าน! อดีตเจ้าพนักงานเทศบาล เปิดพฤติการณ์สุดแสบ เสียหายเกือบล้าน
รวบคาร้าน! อดีตเจ้าพนักงานเทศบาล เปิดพฤติการณ์สุดแสบ เสียหายเกือบล้าน
ข่าวภูมิภาค

รวบคาร้าน! อดีตเจ้าพนักงานเทศบาล เปิดพฤติการณ์สุดแสบ เสียหายเกือบล้าน

ฟังข่าวนี้

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 จับกุมนางสาวณฤดี (ขอสงวนนามสกุล) อดีตเจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน เทศบาลตำบลวังหว้า อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี หลังถูกกล่าวหาว่าปลอมแปลงใบถอนเงินและเช็ค เพื่อยักยอกเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพของเทศบาลฯ สร้างความเสียหายเป็นเงิน 930,000 บาท

การจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของนายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. นางสาวชิยา ศิริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ท. เขต 7 พ.ต.ท.สราวุธ คำเหลือง ผู้อำนวยการกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต และ พ.ต.ต.จักรกฤษณ์ ประจันพล ผู้อำนวยการกลุ่มงานอำนวยการด้านคุ้มครองพยาน

โดยได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองอำนวยการต่อต้านการทุจริต ประกอบด้วย ว่าที่ร้อยตรีชูสกุล สุทธิศรีศิลป์ นายอรรถวัต ประเคนรี และนายปิยพนธ์ เปรมโยธิน ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวน 3 (กก.สส.3) กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 7 (บก.สส.ภ.7) ลงพื้นที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ที่ จ.59/2569 ลงวันที่ 11 กันยายน 2569

สำหรับพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหา เกิดขึ้นในช่วงที่นางสาวณฤดีปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน สังกัดกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลวังหว้า อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบงานด้านการเงินและบัญชี ในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานคลังกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลวังหว้า

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาอาศัยโอกาสจากหน้าที่ความรับผิดชอบ ดำเนินการปลอมแปลงเอกสารใบถอนเงินและเช็ค ด้วยการเพิ่มเติมตัวเลขและตัวอักษรให้มียอดเงินสูงกว่าจำนวนที่ได้รับอนุมัติให้เบิกจากกองทุน ก่อนนำเงินส่วนต่างที่เกินจากยอดอนุมัติไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว

นอกจากนี้ ยังถูกกล่าวหาว่าปลอมแปลงข้อมูลในสมุดบัญชีธนาคารของกองทุน เพื่อนำไปใช้ประกอบการรายงานทางการเงินอันเป็นเท็จ และปกปิดข้อเท็จจริงไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบพบ รวมถึงทำให้สมุดบัญชีธนาคารของกองทุนสูญหาย โดยไม่ได้รายงานให้นายกเทศมนตรีหรือประธานกองทุนรับทราบ ส่งผลให้เทศบาลตำบลวังหว้าได้รับความเสียหายรวม 930,000 บาท

ต่อมา คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติชี้มูลความผิดในกรณีดังกล่าว แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่เดินทางไปพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด เพื่อดำเนินการยื่นฟ้องคดีต่อศาล พนักงาน ป.ป.ท. จึงดำเนินการขอศาลออกหมายจับ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาเปิดร้านจำหน่ายสินค้าอยู่ภายในร้านค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี จึงประสานกำลังร่วมกับตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.ภ.7 เข้าดำเนินการจับกุมเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ก่อนควบคุมตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ