วันที่ 27 สิงหาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ระหว่างวันที่ 27 สิงหาคม - 2 กันยายน 2569 พร้อมกำชับให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ

สำหรับการเตรียมความพร้อม ปภ.ขอให้จังหวัดประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและจุดเสี่ยงริมแม่น้ำ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นไว้ในที่สูงและปลอดภัยจากแนวน้ำท่วม
ขณะเดียวกัน ให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำและแนวป้องกันน้ำท่วมให้มีความแข็งแรง พร้อมจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่สำหรับติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ รวมถึงเตรียมพร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกรมชลประทานถึงสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 1 ซึ่งเป็นการคาดการณ์สถานการณ์น้ำในช่วง 1 - 9 วันข้างหน้า โดยในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่สถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,000 - 1,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 60 - 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จากปริมาณดังกล่าว ส่งผลให้มีน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,100 - 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และสามารถรับน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งได้ในอัตรา 400 - 450 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงมีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราประมาณ 700 - 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงจากปัจจุบันประมาณ 0.60 - 1.5 เมตร
พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำในอำเภอเสนา ผักไห่ บางบางพระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางจึงได้ประสาน 10 จังหวัดภาคกลาง ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเน้นพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ พร้อมแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำ เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร และท่าเทียบเรือโดยสารสาธารณะ ให้เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ ขอให้ประชาสัมพันธ์ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและบริเวณพื้นที่เสี่ยงลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ติดตามระดับน้ำอย่างต่อเนื่องและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ รวมถึงเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม
ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ขอให้ตรวจสอบความแข็งแรงของแนวคันกั้นน้ำและแนวป้องกันน้ำท่วม เพื่อป้องกันระดับน้ำล้นข้ามแนวคันกั้นน้ำ พร้อมจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย รวมถึงเจ้าหน้าที่ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น หากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784 โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง